นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสมัยรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาเผยว่า การแปรรูป ปตท.แท้ที่จริงแล้วเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยปี 2542 ในสมัยรัฐบาลนายชวนหลีกภัย ก่อนที่รัฐบาลทักษิณจะเป็นผู้ที่มาดำเนินการตามกฎหมายในภายหลัง
โดยนายพีระพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ในเวทีบรรยายแห่งหนึ่ง โดยพีระพันธุ์ได้เล่าถึงประวัติศาสตร์ การเปลี่ยนแนวคิดเรื่ องน้ำมันจากความมั่นคงในการบริหารงานโดยกองทัพ ไปสู่การบริหารงานภาครัฐในปี 2521 ก่อนที่จะเกิดการแปรรูปไปเป็น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)
โดยส่วนสำคัญที่นายพีระพันธุ์ชี้ให้เห็นคือ การออกกฎหมายแปรรูป ปตท.ในปี 2542 โดยรัฐบาลนายชวนหลีกภัย ว่าเป็น "ต้นตอที่แท้จริง" ที่ทำให้เกิดการนำ ปตท.ไปเป็นบริษัทมหาชนในปี 2544 สมัยรัฐบาลทักษิณ
"เมื่อปี 2521 มีการเอาโครงสร้างพลังงานของกระทรวงกลาโหมนะครับ ดึงวางรากฐานหลักคือความมั่นคงของประเทศ มาเป็นภาพใหญ่รวมของประเทศ ก็คือการก่อตั้งการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยขึ้นมา โดยการไปเอาองค์การเชื้อเพลิงของกระทรวงกลาโหม แล้วก็เกี่ยวกับเรื่องของก๊าซธรรมชาติของกระทรวงอุตสาหกรรม มารวมกัน เริ่มกลายเป็นน้ำมันกับแก๊สแล้ว ก็ตั้งเป็นการปิโตรเลียมแห่งประเทศ ไทยมาตลอด"
"พอนายทุนเข้ามามากขึ้น เปลี่ยนแปลงไปเรื่องมีการธุรกิจการค้ามากขึ้น ปี 2535 ก็เปลี่ยนอีกแล้ว เริ่มเป็นนโยบายว่าการค้าเสรี เริ่มเป็นเสรีแล้ว ไอ้น้ำมันทั้งหลายแหล่ที่มองวางรูปแบบการกำหนดนโยบายทิศทางว่าเรื่องความมั่นคงประเทศ เรื่องประชาชน เริ่มเปลี่ยนเป็นการค้าเสรี"
"มาปี 2542 มีความคิดว่าจะต้องแปรรูปพวกรัฐวิสาหกิจ มานำร่องโดย ปตท. เนี่ย จากการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย มาเป็นบริษัท ปตท. จำกัด เมื่อปี 2544 การที่มาแปรรูปเมื่อปี 2544 มันเกิดมาจากกฎหมายปี 2542 ว่าเป็นนโยบายสมัยรัฐบาลสมัย 2542 ถ้าไม่มีกฎหมายปี 42 ปี 44 ก็แปรรูปไม่ได้
พอเกิดการแปรรูปขึ้นมา ทีนี้ยิ่งเป็นธุรกิจการค้าใหญ่เลย นึกออกไหม เพราะว่ากลายเป็นบริษัทมหาชนแล้ว กลายเป็นผู้ถือหุ้นแล้ว ไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว มันก็เลยกลายเป็นธุรกิจการค้า การค้าเสรีกันโดยการแปรสภาพมาอย่างที่ผมบอก"
"ไอ้หลักที่บอกว่าน้ำมันคือเรื่องความมั่นคงของประเทศ น้ำมันคือเรื่องชีวิตประชาชน มันหายไปเรื่อยๆ ก็เลยถูกคุมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยกลุ่มพลังงาน นโยบายรัฐบาลต่างๆ ก็ต่อเนื่องมาตั้งแต่ 35, 42 ลากยาวมา ก็เลยกลายเป็นเสรีไปหมด ทุกคนก็ขานรับ
และพอทุนพลังงานมีมากขึ้นก็สามารถจ้างทุกคนเลยทีนี้ การค้าเสรีมันแบบไม่มีกติกาเลย มันเป็นไปไม่ได้ แม้แต่สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นต้นตำรับพวกนี้ ยังมีกติกาของเขาเลย ไม่ใช่ค้าเสรีแบบ 'หมาจิ้งจอกจะกินไก่ในเล้าตัวไหนก็ได้' อย่างนั้นมันไม่ใช่
เพราะฉะนั้น การค้าเสรีมันต้องมีกรอบ อันนี้ทั้งหมดเนี่ยคือนโยบายรัฐบาลทั้งนั้นที่ จะแก้ไข"
จากประสบการณ์ส่วนตัวที่ติดตามเรื่องการแปรรูป ปตท. มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2540 จะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีผลกระทบอย่างมากต่อโครงสร้างทางพลังงานของประเทศ และภาพรวมเศรษฐกิจไทย สิ่งที่น่าสนใจคือการที่กฎหมายปี 2542 ได้วางรากฐานสำคัญให้ ปตท. จากหน่วยงานรัฐกลายเป็นบริษัทมหาชน ทำให้การบริหารจัดการเปลี่ยนจากแนวคิดความมั่นคงของประเทศสู่ความเป็นธุรกิจเพื่อสร้างผลกำไร ในมุมมองของผู้บริโภคทั่วไป ทำให้ราคาน้ำมันและนโยบายพลังงานค่อนข้างผันผวนและบางครั้งอาจไม่สอดคล้องกับการดูแลผลประโยชน์ของประชาชนโดยตรง ทั้งนี้ การค้าเสรีในภาคพลังงานที่เกิดขึ้นภายหลังการแปรรูปก็ทำให้เกิดการแข่งขันและการลงทุนจากต่างชาติที่เพิ่มขึ้น แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ว่ากฎเกณฑ์และกรอบของการค้าเสรียังไม่แข็งแรงพอ ส่งผลให้บางกลุ่มทุนได้เปรียบอย่างที่นายพีระพันธุ์ได้กล่าวถึง ประสบการณ์ที่ได้ยินจากผู้ใหญ่ในแวดวงพลังงาน และติดตามข่าวสารมาตลอด ชี้ให้เห็นว่าการพัฒนานโยบายพลังงานอย่างยั่งยืนต้องมีการทบทวนบทบาทของรัฐในการกำกับดูแลให้สมดุลระหว่างความมั่นคงของประเทศกับความต้องการทางธุรกิจ เพื่อไม่ให้เกิดการเอาเปรียบผู้บริโภคและสร้างความเสียหายระยะยาวต่อเศรษฐกิจชาติ โดยสรุป การแปรรูป ปตท. ตั้งแต่ปี 2542 เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ต้องมีการวางแผนและปรับนโยบายให้เหมาะสม เพื่อความมั่นคงและประโยชน์สูงสุดของประชาชนไทยในอนาคต


ทำไมนายชวน..ไม่ออกมาชี้แจง แสดงให้เห็นชัดๆว่า นายชวนจงใจให้ ประชาชน เข้าใจผิด ◌้เกลียดท่านทักษิณ ....จงใจปล่อยให้ท่านทักษิณเป็นแพะรับบาป ...เห็นแก่ตัวมาก