หลังการไลฟ์ขายทุเรียนจันทบุรีเนื้อดี ของ 'พิมรี่พาย' ที่เปิดมิติใหม่ ด้วยการรับซื้อทุเรียนราคาดีจากเกษตรกร มาทำโปรโมชั่น 1 ล้านลูก เพื่อให้คนซื้อได้ชิมแล้วติดใจ จากนั้นมีการแนบรายชื่อและเบอร์โทรเกษตรกรชาวสวนทุเรียนไปกับทุกออร์เดอร์ด้วย
เรียกว่าต่อไปชิมแล้วอร่อย ชอบใจ ก็ให้ผู้บริโภคติดต่อตรงกับเกษตรกรได้เลย!!
ทันทีที่พิมรี่พายกล่าวแนวคิดนี้จบ ภาพข่าวเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2569 ที่ผ่านมาก็ลอยขึ้นมาทันที "ล้งมะพร้าวขู่หยุดรับซื้อ "ศุภจี" ท้าหยุดเลย" หรือ "ศุภจี ท้าชน 239 ล้ง" หยุดซื้อถาวร ‘พาณิชย์’ หาตลาดเอง
วันนี้ก็คงเห็นแล้วว่า "ศุภจี ทำสำเร็จ" ด้วยความช่วยเหลือจากแม่ค้าออนไลน์มือหนึ่งอย่าง พิมรี่พาย ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับบรรดาล้งที่กดราคาเกษตรกรชาวสวนทุเรียนอย่างไม่เป็นธรรมมาหลายปี
ปฏิบัติการสั่งสอน 'ล้ง' ด้วยการทำให้เกษตรกรและผู้บริโภคมาเจอกันโดยตรง โดยมีแม่ค้าอย่างพิมรี่พายช่วยทำโปรโมชั่นครั้งใหญ่ให้นั้น ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญแต่ประการใด
แนวคิดนี้ศุภจีได้พูดคุยกับพิมรี่พายไว้ก่อนวันที่จะมีการไลฟ์แล้วว่า "พิมรี่พายหรือใครที่ไปทำการขายที่สวน เกษตรกรก็จะได้เรียนรู้ด้วยว่าวิธีขายของออนไลน์เป็นยังไง เขาก็จะได้เพิ่มทักษะ แล้วอีกหน่อยเขาก็ขายเองได้ด้วย"
เป็นกระบวนการแก้ปัญหาพ่อค้าคนกลาง ด้วยการใช้การตลาดและการขายออนไลน์เข้ามา Disrupt ระบบล้งโดยตรง โดยที่ภาครัฐไม่ต้องไปใช้กฎหมายหรืออำนาจรัฐเล่นงานล้ง หรือบิดเบือนกลไกตลาดเสรีเลย
ในขณะที่ฝ่ายการเมือง ฝ่ายค้าน และคนที่ไม่ชอบรัฐบาลชุดนี้ ยังคงวนเวียนแต่กับราคาทุเรียนลูกละ 100 บาท หาว่า รมว.ไม่มีสมอง คิดไม่เป็น ทำลายกลไกราคา กดราคาชาวสวน และอะไรต่างๆ นานา ตามที่จะสรรหาคำมาดิสเครดิต
แต่วันนี้ ทั้งศุภจีและพิมรี่พาย ทำให้สังคมไทยได้เห็นแล้วว่า พวกเขาเข้ามา "เขย่า" ระบบล้ง ที่เคยเป็นเสือนอนกินได้อย่างไร!!















ดูความคิดเห็นเพิ่มเติม