นับเป็นปรากฎการณ์ใหม่ของการบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อมีการร่วมประชุมระหว่าง "องคมนตรี" ซึ่งเป็นตัวแทนราชสำนัก "คณะรัฐมนตรี" ซึ่งเป็นตัวแทนฝ่ายบริหารจากเสียงของประชาชน และ "ส่วนราชการ" ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ประจำ ซึ่งถือเป็นปรากฎใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
ขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งเตือนใจให้ฝ่ายการเมือง ตระหนักว่าพวกเขาเข้ามาอยู่ในฝ่าย เพื่อ "ทำหน้าที่อะไร" ให้กับประเทศชาติและประชาชน
ที่ผ่านมาหลังการตั้งรัฐบาล สิ่งที่เกิดขึ้นมักจะเป็นการที่ฝ่ายการเมือง เข้ามาโยกย้ายผู้บริหารให้เป็นคนของตน จากนั้นก็เข้าไปดูงบประมาณส่วนต่างๆ เพื่อดูว่าจะทำโครงการอะไร ที่หา "เงินทอน" จากงบประมาณได้
ขณะที่นักการเมืองจำนวนมาก มองประชาชนเป็นฐานคะแนนเสียง จึงมัก "เลี้ยงไข้ปัญหา" ไม่เน้นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน แต่เน้นไปที่โครงการแจกเงินแจกของแบบประชานิยม โดยละเลยการมองการแก้ปัญหาในภาพใหญ่ และมีแผนพัฒนาระยะยาวเพื่อการแก้ปัญหาให้กับประชาชนอย่างแท้จริง
ทำให้ปัญหาของประเทศที่ควรได้รับการแก้ไข ค้างคามายาวนาน...
ทั้งที่เรื่องการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบนั้น ในหลวงรัช กาลที่ 9 ได้ทรงวางรากฐานและทรงทำให้ดูแล้วผ่านโครงการต้นแบบต่างๆ ตลอดชีวิตการทรงงานของพระองค์
แต่การขับเคลื่อนของส่วนราชการและฝ่ายการเมือง กลับไปไม่ถึงไหน เพราะมัวแต่คิดแต่ประโยชน์ส่วนตน
วันนี้การร่วมประชุมขององคมนตรี กับรัฐบาลและส่วนราชการนั้น แม้โดยหลักการเชิงนิตินัยจะเป็นแค่การให้คำแนะนำและกำลังใจ
แต่ในข้อเท็จจริงเชิงพฤตินัย ทั้งฝ่ายการเมืองและราชการประจำ คงเริ่มตระหนักแล้วว่า การทำงานแบบ "เลี้ยงไข้" เพื่อหากินกับโครงการประชานิยมด้านการเกษตรเช่นในอดีตนั้น ควรจะต้องยุติได้แล้ว
และเป็นการย้ำเตือนใจให้รู้ว่า ทุกคนเข้ามาทำหน้าที่เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน ให้สมกับเป็นข้าราชการและฝ่ายราชการการเมืองในพระบาทสม เด็จพระเจ้าอยู่หัว
การประชุมระหว่างองคมนตรี คณะรัฐมนตรี และส่วนราชการครั้งนี้นับว่าสำคัญอย่างมาก เพราะเป็นสัญญาณชัดเจนที่ฝ่ายการเมืองและราชการประจำต้องเริ่มตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ที่แท้จริงของตนเอง ไม่ใช่แค่การหาเสียงหรือโยกย้ายแต่งตั้งเพื่อตำแหน่งและผลประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ติดตามข่าวสารและมีประสบการณ์ตรงกับการบริหารงานภาครัฐ ผมสังเกตเห็นว่าปัญหาหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องสำคัญ เช่น การจัดการทรัพยากรน้ำ การแก้ไขปัญหาความยากจนในภาคเกษตรกร ไม่ค่อยได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุด เนื่องจากฝ่ายการเมืองมักมุ่งเน้นไปที่โครงการประชานิยมที่แจกจ่ายสิ่งของหรือเงินสดเพื่อสร้างฐานคะแนนเสียงมากกว่าการพัฒนาระบบและวางแผนระยะยาวอย่างมากมาย แต่การที่องคมนตรีเข้าไปมีบทบาทร่วมประชุม ถือเป็นโอกาสที่จะช่วยเชื่อมโยงระหว่างพระราชสำนักซึ่งมีวิสัยทัศน์ยาวไกล และฝ่ายบริหารที่ต้องรับผิดชอบต่อเสียงของประชาชนจริงๆ อีกทั้งยังเป็นการเตือนใจการเมืองให้ยึดมั่นในความรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชน เพราะตามคำกล่าวของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงวางแนวทางและสร้างโครงการต้นแบบไว้แล้ว เรื่องการจัดการน้ำและทรัพยากรต่างๆ ต้องเดินไปตามรอยนั้นอย่างต่อเนื่อง ผมเองมีความหวังว่าการประชุมในลักษณะนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรมการบริหารประเทศที่จะเน้นไปที่ความโปร่งใส ยั่งยืน และแก้ปัญหาในทางสร้างสรรค์มากกว่าการแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง และหวังว่าฝ่ายการเมืองจะไม่เลี้ยงไข้กับโครงการประชานิยมที่ไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาจริง แต่จะทำงานเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขของพี่น้องประชาชนให้เกิดผลยั่งยืนตามเจตนารมณ์ของราชสำนักและประชาชนผู้เสียภาษีทุกคน ด้วยจุดยืนนี้ ผมเชื่อว่าประชาชนจะได้เห็นการบริหารราชการที่เน้นการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและจริงใจ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นในภาครัฐ และทำให้ประเทศไทยเดินหน้าอย่างมั่นคงในระยะยาว


ประวัติคนที่มาก็ใช่ย่อย ห้ามสืบทรัพย์ ห้ามฟ้อง ห้ามขุด