'สาธิต' เตือน 'ระบอบสีน้ำเงิน' ฝังรากลึก แทรกแซง สว.-องค์กรอิสระ ชี้อันตรายกว่า 'ระบอบทักษิณ'
กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตาทางการเมืองอย่างมาก เมื่อนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์โดยชี้ให้เห็นถึงความน่ากลัวของโครงสร้างอำนาจในปัจจุบันที่ถูกเรียกว่า "ระบอบสีน้ำเงิน" ซึ่งกำลังแผ่ขยายอิทธิพลและฝังรากลึกในระบบการเมืองไทย ยิ่งกว่า "ระบอบทักษิณ" ในอดีต
นายสาธิต อธิบายว่า คำว่า "ระบอบ" ไม่ได้หมายถึงตัวบุคคล แต่หมายถึงพฤติกรรมและวิธีการที่จะได้มาซึ่งอำนาจ การบริหารอำนาจเพื่อสืบทอดอำนาจต่อไป รวมถึงการเอาตัวรอดจากกระบวนการยุติธรรม
ในอดีต "ระบอบทักษิณ" ถูกมองว่าเป็นการใช้ทุนซื้อข้าราชการหรือองค์กรอิสระ ซึ่งยังมีข้อจำกัดและอาจจะยังแทรกแซงได้ไม่ครบถ้วน แต่สำหรับ "ระบอบสีน้ำเงิน" ในปัจจุบันนั้น นายสาธิตชี้ว่ามีความโยงใยและมีเครือข่ายที่ชัดเจนในระดับที่สูงกว่ามาก
กลไกสำคัญที่ทำให้ระบอบสีน้ำเงินทรงพลัง คือการเชื่อมโยงกับ วุฒิสภา (สว.) ซึ่งมีอำนาจหลักในการรับรองและเห็นชอบบุคคลที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระต่างๆ
"เราจะเห็นชัดเลยว่า บุคคลในบางวิชาชีพที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าไปที่ สว. มักจะถูกปฏิเสธหรือตีตกหลายครั้ง ทั้งที่มีความเหมาะสม ในขณะเดียวกัน บุคคลที่มาจากกระทรวงที่เครือข่ายสีน้ำเงินเคยเป็นผู้บริหารมาก่อน กลับผ่านการรับรองได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องมีการตีกลับอะไรมากนัก ซึ่งนี่คือการตั้งคำถามถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น" นายสาธิต ระบุ
นอกจากนี้ นายสาธิตยังได้ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมถึงผลลัพธ์ของการเปลี่ยนถ่ายอำนาจในองค์กรอิสระ นั่นคือกรณีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติตีตกคดีของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ซึ่งสวนทางกับคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน
เหตุการณ์เหล่านี้ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ทำให้สังคมเริ่มเห็นภาพความเช ื่อมโยง ตั้งแต่กระบวนการในชั้น สว. ไปจนถึงการได้มาซึ่งบุคคลในองค์กรอิสระ และผลลัพธ์ของการตัดสินคดีสำคัญต่างๆ
"มันเป็นการโยงใยที่มีเหตุมีผลพอสมควร เพราะฉะนั้น ผมจึงคิดว่าระบอบสีน้ำเงินในวันนี้ อาจจะมีน้ำหนักและน่ากลัวมากกว่าระบอบทักษิณด้วยซ้ำไป" นายสาธิต กล่าวทิ้งท้าย










ระบอบทักษิณ มีแต่ช่วยให้ประชาชนลืมตาอ้าปากได้มีโอกาสที่ดีมีคุณภาพขีวิตที่ดีขึ้น คิดเป็นเห็นทางออก ...พัฒนาประเทซ ฟื้นฟูเศษฐกิจให้ดีขึ้นเข้มแข็งมั่นคงมั่งคั่ง เสียสละ เวลาความสุขส่วนตัว ทุ่มเทเพื่อปีะชาชน .แต่โจรตัวจริงที่ได้เปรียบทางสังคม พยายามกำจัดให้พ้นทาง แก้กฏหมาย ตั้งข้อ กล่าวหา มอมเมา ล้างสมองประชาชนด้วยการไช้สื่อไร้จรรยาบรรณ สื่อขายตัว บิดเยือน ความจริงงสาดโคลน คนที่ไม่เกาะติดสถานการณ์ ไม่วิเคราะห์ ฟังแต่คนที่เป็นคู่แข่ง และปีปักษ์ ด่า ประณาม ก็เชื่อสนิทใจ .คนที่เกาะติดสถานการณ์ไม่เขื่อปากคนอื่น วิเคราะห์เป็น ก็ตะเห็นความดีเห็นผลงานมากมายมหาศาลของระบอบทักษิณ ระบอบเนวิน ล้วนแต่เป็นมหันตภัย ประเทศ อนุทินเพิ่งเป็นนายก็ได้ 2_3เดือน สร้างภาระ 💥ขึ้นราคาน้ำมันไม่สทเหตุสมผล ทำให้ประชาชนมีภาระเพิ่มขึ้น ถ้วนหน้า 💥ผลาญเงินในกระเป๋าประชาชนไม่มีขีดจำกัดตลอดไป ถาวร 💥รายได้เท่าเดิม 😝 การแจกเงินเป็นเรื่องฉาบฉวย ชั่วคราว 😝ควักไปไม่จำกัด แต่ให้มา เพียงเศษขี้ผง 😝ให้ต่างชาติมีสิทธิ์ประกอบอาชีพแบบไม่จำกัด 👹ระบอบเนวิน เป็นโจรตัวจริงเป็นลมหันต์ภัย ขายชาติ และไม่สาม่ารถอธิบายได้จบสิ้น 😝 ทำเพื่อตัวเองและพวก สรุป