'ภราดร' สวนกลับฝ่ายค้าน ยันไม่มี 'ระบอบสีน้ำเงิน' มีแต่พรรคที่โตได้เพราะผลงานช่วง 'สีส้ม' หนุนตั้งรัฐบาล

กลายเป็นประเด็นโต้กลับทางการเมืองที่น่าจับตา เมื่อนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ออกมาตอบโต้กรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาระบุว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นตัวแทนหรือเอเจนต์ของสิ่งที่เรียกว่า "ระบอบสีน้ำเงิน"

นายภราดรได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ในระบบการเมืองที่ผ่านการเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมืองล้วนเป็นเอเจนต์ของประชาชนที่ตัดสินใจกากบาทเลือกเข้ามา ไม่เว้นแม้แต่พรรคเพื่อไทย หรือพรรคประชาชนเอง พรรคภูมิใจไทยก็นำเสนอนโยบายและได้รับความไว้วางใจ จนได้รับเลือกเข้ามาเพื่อทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนเช่นกัน

สำหรับข้อกล่าวหาเรื่อง "ระบอบสีน้ำเงิน" นั้น นายภราดรระบุว่าตนไม่เข้าใจความหมายของวาทกรรมดังกล่าว ทราบเพียงว่าพรรคภูมิใจไทยใช้สีน้ำเงินเป็นสัญลักษณ์ จึงยอมรับในฐานะ "พรรคสีน้ำเงิน" แต่ปฏิเสธการมีอยู่ของระบอบดังกล่าว พร้อมย้อนรอยถึงที่มาการเติบโตของพรรคว่า ส่วนหนึ่งมาจากการสนับสนุนของ "พรรคสีส้ม" ในอดีต

"พรรคสีน้ำเงินเติบโตขึ้นจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และก่อนหน้านั้นเราโตขึ้นจากพรรคสีส้ม เดิมทีพรรคภูมิใจไทยมีเพียง 70 เสียง ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่เกิดขึ้นจากการสนับสนุนของพรรคสีส้ม ทำให้เรามีโอกาสเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย และทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคฯ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี บริหารประเทศในช่วงสั้นๆ ไม่ถึง 4 เดือน ตาม MOA"

นายภราดรกล่าวย้ำว่า ในช่วงเวลาเพียงสองเดือนกว่านั้น พรรคได้ใช้ทุกวินาทีขับเคลื่อนนโยบายอย่างเต็มที่ จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นำมาสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ และทำให้พรรคสีน้ำเงินผงาดขึ้นมาครองเสียงสนับสนุนถึง 192 เสียงในสภา

ในช่วงท้าย แกนนำพรรคภูมิใจไทยได้ฝากข้อคิดไปยังพรรคประชาชน โดยมองว่าการเคลื่อนไหวลักษณะนี้เป็นเพียงการสร้างวาทกรรมเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล พร้อมเชิญชวนให้หันมาทำการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ใช้กลไกสภาในการตรวจสอบท้วงติงอย่างมีเหตุผล เนื่องจากปัจจุบันประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ทุกฝ่ายควรช่วยกันหาทางออก มากกว่าการสร้างวาทกรรมทางการเมืองที่ไม่มีอยู่จริง

#TheStructure

#TheStructureNews

#ภราดรปริศนานันทกุล #พรรคภูมิใจไทย #พรรคประชาชน

5/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมประสบการณ์ส่วนตัวที่ติดตามการเมืองไทยมาหลายปีทำให้เห็นว่า "วาทกรรมระบอบสีน้ำเงิน" เป็นการตั้งชื่อที่สร้างความเข้าใจผิดและความขัดแย้งในสังคมไทยโดยไม่จำเป็น ความจริง พรรคภูมิใจไทยซึ่งใช้สีน้ำเงินเป็นสัญลักษณ์ของพรรค ยืนยันตลอดว่าการเติบโตนั้นมาจากผลงานและความไว้วางใจของประชาชนซึ่งมาจากการสนับสนุนของพรรคส้มในอดีตและการบริหารนโยบายที่ชัดเจน จากการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้สามารถครองเสียงในสภาได้ 192 เสียง นับเป็นความสำเร็จที่เกิดจากความเชื่อมั่นของประชาชนในการนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ปัญหาของประเทศอย่างแท้จริง นอกจากนี้ การที่พรรคภูมิใจไทยได้เข้ามาบริหารประเทศในระยะเวลาสั้น ๆ ยังถือเป็นบทพิสูจน์ว่าพรรคนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวแทนของกลุ่มหรือวาทกรรมใด ๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบประชาธิปไตยที่ประชาชนเลือกเข้ามา ส่วนตัวเห็นว่าการเมืองในสถานการณ์ปัจจุบันควรมุ่งเน้นที่การแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและสังคมที่ส่งผลต่อประชาชนทุกคนมากกว่าการสร้างความขัดแย้งด้วยคำพูดที่ไร้พื้นฐาน เช่น การกล่าวหากันว่ามี "ระบอบสีน้ำเงิน" เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงและไม่มีหลักฐานชัดเจน สุดท้าย การเมืองที่สร้างสรรค์และการใช้กลไกสภาเพื่อตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์อย่างมีเหตุผล จะช่วยพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง ทั้งยังส่งเสริมความมั่นคงและความสงบสุขในสังคมได้อย่างยั่งยืน ประสบการณ์ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่าเราควรร่วมมือกันแก้ไขปัญหาทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่น มากกว่าการสร้างวาทกรรมที่อาจทำให้สังคมแบ่งฝ่ายและแตกแยกมากขึ้น

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ jittiv
jittiv

2เดือนกว่าเป็นช่วงเวลาโยกย้ายผู้ว่านายอำเภอให้เข้ามาจัดการให้ผลการเลือกตั้งเป็นอย่างที่เห็น โกงการเลือกตั้งอย่างมโหฬาร