ชำแหละเครือข่าย 'สภาอุยกูรโลก' หลังประณามไทยประหารมือระเบิดพระพรหม โยงทุนสหรัฐฯ-NGO แทรกแซงจีนถึงไทย
กลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในมิติความมั่นคง เมื่อ "สภาอุยกูรโลก" (World Uyghur Congress - WUC) ได้ออกมาเคลื่อนไหวประณามประเทศไทยอย่างรุนแรง จากกรณีที่กระบวนการยุติธรรมของไทยมีคำพิพากษาประหารชีวิต 2 ผู้ต้องหาชาวอุยกูร ที่ก่อเหตุวินาศกรรมวางระเบิดศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อปี 2558 ซึ่งพรากชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปกว่า 20 รายและบาดเจ็บนับร้อย
การออกมาปกป้อง "ผู้ก่อการร้าย" ในคราบของ "ผู้ลี้ภัย" พร้อมกับโจมตีอำนาจอธิปไตยทางศาลของไทย ทำให้สังคมต้องตั้งคำถามว่าแท้จริงแล้ว องค์กรที่อ้างตัวว่าเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนอย่าง WUC นี้ มีที่มาที่ไปอย่างไร? และมี "มหาอำนาจ" ชาติใดคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง?
🔴 1. สภาอุยกูรโลก (WUC) กับท่อน้ำเลี้ยงจาก 'สหรัฐอเมริกา'
เมื่อสืบค้นโครงสร้างทางการเงินและผู้สนับสนุนหลักของสภาอุยกูรโลก (WUC) จะพบว่าองค์กรนี้ไม่ได้ยืนหยัดด้วยเงินบริจาคของประชาชนทั่วไป แต่ได้รับเงินทุนสนับสนุนมหาศาลจาก National Endowment for Democracy (NED) หรือ กองทุนเพื่อปร ะชาธิปไตยแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับงบประมาณโดยตรงจากรัฐสภาสหรัฐอเมริกา (US Congress)
ความสัมพันธ์อันแนบแน่นนี้ได้รับการยืนยันจากทาง WUC เอง โดยปรากฏบนเว็บไซต์ของ WUC ที่เคยออกแถลงการณ์แสดงความขอบคุณ NED ที่มอบเงินสนับสนุนการทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ทำให้ WUC กลายเป็นองค์กรอุยกูรแห่งที่สองที่ได้รับทุนนี้ ต่อจากสมาคมอุยกูรอเมริกัน (Uyghur American Association - UAA) ยิ่งไปกว่านั้น ในปี 2019 NED ยังได้มอบรางวัล Democracy Award ให้แก่ WUC อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ที่ชัดเจน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนได้ออกมาระบุชัดเจนผ่านสื่อของรัฐว่า NED คือ "CIA ภาคพลเรือน" ที่ใช้กลไกการให้ทุนสนับสนุนกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองและองค์กรอย่าง WUC เพื่อเป้าหมายในการ "บ่อนทำลายความมั่นคงในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร" โดยใช้ข้ออ้างเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นเครื่องมือสกัดกั้นการเติบโตทางเศรษฐกิจและเส้นทางสายไหมใหม่ (BRI) ของประเทศจีน
🔴 2. เครือข่าย NGO และฟอรั่มอาเซียน: แขนขาในการแทรกแซงภูมิภาค
WUC ไม่ได้ทำงานอย่างโดดเดี่ยว แต่มีการขยายเครือข่ายผ่านการจัดตั้งเวทีเสวนาและ "ฟอรั่มสิทธิมนุษยชนระดับอาเซียน" โดยจับมือกับองค์กรพัฒนาเอกชน (NGO) ระดับนานาชาติและในภูมิภาค เพื่อสร้างกระแสกดดันรัฐบาลในประเทศอาเซียน (รวมถึงไทย) ไม่ให้ส่งตัวผู้หลบหนีเข้าเมืองชาวอุยกูรกลับไปยังประเทศจีน
กลุ่ม NGO เหล่านี้มักจะทำงานสอดประสานกันเป็นเครือข่าย เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่รัฐบาลในอาเซียนบังคับใช้กฎหมายกับชาวอุยกูร (เช่น การตัดสินคดีระเบิดราชประสงค์) เครือข่าย NGO เหล่านี้ก็จะออกแถลงกา รณ์ประณามในทิศทางเดียวกันทันที เพื่อสร้างภาพจำให้ประชาคมโลกเห็นว่าประเทศในอาเซียนละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยละเลยข้อเท็จจริงด้านความมั่นคงและอาชญากรรมที่บุคคลเหล่านั้นก่อขึ้น
🔴 3. จุดเชื่อมโยงถึงไทย: ทุนตะวันตกกับ NGO ป่วนสถาบันฯ
ความน่าสนใจและน่ากังวลที่สุดสำหรับประเทศไทย คือการที่ "ท่อน้ำเลี้ยง" จากชาติตะวันตกอย่าง NED ที่สนับสนุนสภาอุยกูรโลกเพื่อป่วนจีนนั้น เป็นท่อน้ำเลี้ยง "แหล่งเดียวกัน" กับที่ให้ทุนสนับสนุนกลุ่ม NGO สื่ออิสระบางสำนัก และกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศไทยหลายกลุ่ม
นี่คือรูปแบบของ "สงครามตัวแทน" (Proxy War) ยุคใหม่ ที่มหาอำนาจไม่ต้องส่งกองทหารเข้ามาบุกยึดประเทศ แต่ใช้การอัดฉีดเม็ดเงินผ่านองค์กรสิทธิมนุษยชนบังหน้า เพื่อสร้างความแตกแยกภายในประเทศเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ประเด็นแบ่งแยกดินแดนในซินเจียงผ่านกลุ่มอย่าง WUC หรือการใช้ประเด็นแก้กฎหมายความมั่นคงและล้มล้างสถาบันฯ ในประเทศไทย
การที่สภาอุยกูรโลก (WUC) ออกมาประณามศาลไทยในคดีระเบิดพระพรหม จึงไม่ใช่แค่เรื่องของสิทธิมนุษยชน แต่คือการแสดงออกของเครือข่ายการเมืองระหว่างประเทศที่ต้องการกดดันประเทศไทย สังคมไทยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้เท่าทันเบื้องหลังขององค์กรเหล่านี้ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของมหาอำนาจและเครือข่าย NGO ที่รับทุนต่างชาติเข้ามาบ่อนทำลายความมั่นคงของบ้านเมืองตนเอง
อ้างอิง:
[1] https://www.uyghurcongress.org/en/wuc-appreciates-ned-funding-of-its-human-rights-work/
[2] https://www.ned.org/2019-democracy-award/world-uyghur-congress/
[3] http://english.scio.gov.cn/xinjiangfocus/2020-03/05/content_77241200.htm
หลังจากได้ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับการประณามของสภาอุยกูรโลกต่อการตัดสินประหารชีวิตผู้ต้องหาชาวอุยกูรในประเทศไทย ผมเริ่มตั้งคำถามถึงแรงจูงใจและเบื้องหลังขององค์กรนี้มากขึ้น การที่มีรายงานว่าสภานี้ได้รับเงินทุนสนับสนุนจาก National Endowment for Democracy (NED) ซึ่งเป็นแหล่งทุนของสหรัฐฯ ทำให้เห็นภาพของสงครามทางการเมืองในระดับโลกผ่านกลไกซ่อนเร้น ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่สนใจเรื่องความมั่นคงและการเมืองระหว่างประเทศ ผมพบว่าการสนับสนุนของ NED กับ WUC สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบสงครามตัวแทน (Proxy War) ที่มหาอำนาจไม่ต้องใช้กำลังทหารโดยตรง แต่เลือกใช้กลไกของ NGO เป็นเครื่องมือเพื่อกดดันประเทศเป้าหมายและแทรกแซงภูมิภาคอย่างสอดคล้อง ในแง่มุมของประเทศไทย การที่ NGO เหล่านี้ได้รับทุนจากแหล่งเดียวกับ WUC สร้างความกังวลว่าอาจมีการใช้ประเด็นสิทธิมนุษยชนเป็นเครื่องมือเพื่อบ่อนทำลายความมั่นคงภายในประเทศ เช่น การเคลื่อนไหวของกลุ่มในไทยที่ได้รับทุนเหล่านี้พร้อมกับความพยายามแก้กฎหมายความมั่นคงหรือการล้มล้างสถาบัน จากประสบการณ์และการสังเกตการณ์ส่วนตัว ผมเห็นว่าสังคมไทยควรมีความตื่นตัวในการรับรู้ข้อมูลและตั้งคำถามต่อองค์กรที่อ้างสิทธิมนุษยชน แต่มีเบื้องหลังทางการเมืองที่ซับซ้อน เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกชักใยโดยความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจ อย่างไรก็ตาม การดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่กระทำผิดอาชญากรรมอย่างร้ายแรงก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป เรื่องนี้จึงไม่ควรถูกลดทอนด้วยประเด็นทางการเมืองระหว่างประเทศ ผมมองว่าเราควรเรียนรู้และทำความเข้าใจเรื่องเหล่านี้ให้รอบด้านมากขึ้น พร้อมกับรักษาความมั่นคงของประเทศด้วยความระมัดระวังและความสมดุลในการบริหารจัดการทั้งภายในและระหว่างประเทศ
