ดราม่าเดือดในวงอนุรักษ์นิยม! เมื่อ "I am MarkVej-Fanclub" เพจแฟนคลับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาอัด 'รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์' อย่างรุนแรง

ทั้งการประนามว่าไม่กล้าวิจารณ์ นายอภิสิทธิ์ โดยตรงเพราะขี้ขลาด รวมถึงระบุว่านักวิชาการชื่อดังรายนี้ กำลังปลุกกระแสรักชาติรักสถาบันเพื่อหวังผลทางการเมือง

ก่อนจะลงท้ายด้วยว่า เป็นบุคคลไร้สาระ ที่แอดมินเพจไม่เคยคิดจะเสียเวลาติดตาม เพราะพาสุนัขไปขับถ่าย ยังมีประโยชน์เสียมากกว่า

โดยเพจ I am MarkVej-Fanclub ได้โพสต์ข้อความดังต่อไปนี้

---

📍ในสภามีลูกแบต~นอกสภามีลูกบิด

นักวิชาการอย่างดร.อานนท์ ยังคงเดินหน้าดิสเครดิตหน.อภิสิทธิ์ต่อไปแบบไม่หยุดยั้งเพราะอยากปลุกกระแสรักชาติรักสถาบันด้วยหวังผลทางการเมือง

เดินหน้าทำลายด้วยการปักธงลงที่ความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างอภิสิทธิ์กับไอติม จนลืมพิจารณาถึงจิตสำนึกของตนว่าดำดิ่งลงทุกวันๆแต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะรู้สึกละอายแต่อย่างใด

หากจะหาเหตุมาด่าหน.อภิสิทธิ์ เรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมผู้ต้องหามาตรา112 คำถามคือ..ไม่ด่าคนอื่นแต่เจาะจงมาด่าหัวหน้าอภิสิทธิ์คนเดียวเพราะอะไร?!

นั่นเพราะดร.อานนท์ ผูกใจเจ็บส่วนตัวต่อท่าน ซึ่งก็ไม่ทราบได้ว่าด้วยเหตุผลใดถึงทำให้ฝังแค้นตามจองล้างจองผลาญท่านมาตลอดจนถึงตอนนี้

ทั้งๆที่การลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข (หรือกฎหมายนิรโทษกรรม พ.ศ. 2569) ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 มีผู้ร่วมลงมติทั้งหมด 449 คน

📊และสรุปผลการโหวตของสภาผู้แทนราษฎรคือ

- เห็นด้วย: 306 เสียง

- ไม่เห็นด้วย: 141 เสียง

- งดออกเสียง: 2

โดยเสียงมติดังกล่าวเป็นการลงคะแนนเห็นชอบตามร่างที่วุฒิสภา (สว.)

ได้แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งส่งผลให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา โดยมีสาระสำคัญคือไม่รวมการนิรโทษกรรมความผิดในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 (รวมถึงกลุ่มเยาวชนด้วย)

ส่วนคดีทางการเมืองอื่นๆตั้งแต่ปี2548ถึง2568จะได้รับการล้างความผิดตามขั้นตอนต่อไป

แต่ดร.อานนท์กลับไม่ไปเอาความจากคนอื่นที่โหวตเห็นชอบทั้ง 306 คน แต่กลับมาจับจ้องปักธงรอเอาผิดกับ หน.อภิสิทธิ์เพียงคนเดียวด้วยเหตุผลความเกี่ยวพันธ์สถานะญาติกับสมาชิกพรรค ปชน. อย่างไอติม

นี่หรือตรรกะนักวิชาการใหญ่?!

ความพิการทางจิตสำนึกบดบังความจริงที่ผ่านมาจนหูตามืดบอดไปพร้อมๆกับจิตใจ จนลืมคิดว่าในอดีตก็มีนักการเมืองสายเลือดเดียวกันแต่สังกัดต่างพรรคมากมาย

- หม่อมคึกฤทธิ์/หม่อมเสนีย์

- ยอดมนู/ยุรนันท์

- พุฒิพงศ์/ดนุพร

- หรือแม้แต่สุรนันท์/อภิสิทธิ์

แต่ก็ไม่เคยมีปัญหาจะถูกกยิบมาเป็นประเด็นโจมตีทางการเมืองหรือเพราะหัวใจคนยุคนี้มันต่ำลง?!

ตลอดมาการโจมตี หัวหน้า อภิสิทธิ์ ของ ดร.อานนท์ ไม่เคยเขียนจากบทวิเคราะห์ของตัวเองเลย แต่กลับไปหยิบภาพ,ไปแชร์โพสของคนอื่นที่มุ่งเป้าโจมตีท่านมาสื่อสารต่อ ไม่รู้ว่าเพราะหลีกเลี่ยงความผิดทางกฎหมาย หรือเพราะขี้ขลาด

หรือไม่มีมูลเหตุในการโจมตีแบบที่จะชี้ชัดความผิดอันจะเป็นเหตุผลในการเขียนให้เป็นที่ประจักษ์กับสังคมได้กันแน่?!

ถ้าจะว่าไปคนในโพสต้นทางยังมีความกล้ามากว่าอานนท์เยอะ

วันนี้สิ่งที่สังคมจะได้เห็นคือ..

ความปลอมเปลือกของนักวิชาการที่ทำตัวอ้างรักชาติ,ปกป้องสถาบัน แต่แอบแฝงด้วยการใช้ข้ออ้างนี้สาดโคลนผู้อื่นไปทั่ว เปิดประเด็นให้คนเข้ามาด่า สร้างความแตกแยกในสังคมคิดว่าใช้แคปชั่นสั้นๆที่ส่อสันดานและเจตนา..

อย่านึกว่าคนดูไม่ออกถึงเป้าหมายในการกระทำแบบนี้

📍นับวันแอดยิ่งสงสัยว่าทำไมคนพูดถึงดร.อานนท์ด้วยถ้อยคำแปลกๆว่า

- ถ้าอยากรู้ว่าเป็นแบบไหนให้ลองไปถามที่นิด้าดู

- นิด้ามีแต่คนเอือมระอา

- เค้ารู้กันทั่วนิด้าว่าเป็นคนแบบไหน

บางทีแอดอาจต้องไปเที่ยวแถวๆนิด้าบ้างเพราะมีเพื่อนๆและผู้ใหญ่หลายท่านที่เริ่มจะคิดถึงขึ้นมาแล้ว🤭

(พอดีแอดเป็นที่รักของผู้ใหญ่หลายท่านที่นิด้าซะด้วยซิ..อิอิ..😁)

ปล.เหมือนเดิมนะครับ

ภาพที่ได้มาจากการแจ้งของลูกเพจถึงพฤติกรรมของคุณ แอดถึงเข้าไปดู

แต่ไม่เคยกดติดตามนะครับ..

ส่วนตัวไม่คิดติดตามเพจไร้สาระ

เอาเวลาจูงหมาไป💩มีประโยชน์กว่าเยอะ

แอดมิน🐷

ที่มา : จากเพจ ดร.อานนท์

(นามสกุลอะไรไม่ได้จำ)

#TheStructure

#TheStructureNews

#พรรคประชาธิปัตย์ #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #อานนท์ศักดิ์วรวิชญ์

7/10 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมในเหตุการณ์ทางการเมืองและสังคมที่ร้อนแรงเช่นนี้ สิ่งที่เราเห็นได้ชัดเจนคือกระแสดราม่าที่เกิดจากการเข้ามาแสดงจุดยืนและวิเคราะห์ของนักวิชาการและแฟนคลับทางการเมืองนั้น ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนและซับซ้อนของประเด็นการเมืองไทย โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความรักชาติ รักสถาบัน และนิรโทษกรรมมาตรา 112 จากประสบการณ์ส่วนตัวในการติดตามข่าวสารและมุมมองของนักวิชาการและกลุ่มการเมืองต่างๆ พบว่าการแสดงออกทางความคิดเห็นโดยใช้สื่อสังคมออนไลน์มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือทำให้ผู้คนได้รับข้อมูลหลายมุมมองและช่วยสร้างการรับรู้ที่หลากหลายของสังคม แต่ข้อเสียคือบางครั้งความรุนแรงทางวาจาและการโจมตีส่วนตัวก็ทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดและเกิดความแตกแยกมากขึ้น กรณีของ "I am MarkVej-Fanclub" ที่วิพากษ์วิจารณ์รศ.ดร.อานนท์ในลักษณะที่รุนแรง มีคำพูดเชิงลบถึงขั้นเรียกอีกฝ่ายว่า "ขี้ขลาด" และระบุว่าเป็น "บุคคลไร้สาระ" รวมทั้งเปรียบเทียบด้วยถ้อยคำเตือนให้หันไปทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์มากกว่า เช่น "จูงหมาไปขี้" สะท้อนถึงความรุนแรงของคำพูดในสื่อสังคม และย้ำเตือนให้เราเห็นว่าการใช้ถ้อยคำที่เหมาะสมและเคารพซึ่งกันและกันนั้นเป็นเรื่องสำคัญมากต่อการสนทนาและอภิปรายในสาธารณะ นอกจากนี้ประเด็นเรื่องการนิรโทษกรรมและมาตรา 112 ที่ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นถกเถียง สะท้อนถึงความซับซ้อนของการเมืองไทยในยุคปัจจุบัน ที่หลายฝ่ายพยายามสร้างกระแสรักชาติและรักสถาบันเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ติดตามข่าวสาร เห็นว่าควรมีการเปิดเวทีให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์และมีการรักษาความจริงเพื่อลดความขัดแย้งในสังคม การติดตามข่าวสารการเมืองในยุคนี้ แนะนำให้เลือกอ่านจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และพยายามวิเคราะห์จากหลายมุมมอง เพื่อสามารถเข้าใจเหตุการณ์อย่างลึกซึ้งและรอบด้าน โดยที่เราไม่ตกเป็นเหยื่อของข้อมูลบิดเบือนหรือคำกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน ท้ายที่สุด ความเคารพซึ่งกันและกันในสังคมและการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสุภาพ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้อย่างสงบสุขและมีสันติภาพ

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Mai
Mai

เบื่อไอ้ลูกบิดนี่จริงๆ ไอติมทำอะไรผิด? เขาก็ทำ ทุกอย่างทำตามกฎหมาย ไอติมเป็นโฆษกพรรค ก็ต้องปฏิบัติตามนโยบาย พรรค ผิดตรงไหน? แล้วเกี่ยวอะไรกับอภิสิทธิ์? อยากเล่นบทโหนเจ้า ไปฟาดกับช่องแดงล้มเจ้า ดีกว่า อย่าบอกนะว่าไม่เคยฟัง ฝั่งไอ้อิแบกเพื่อไทย ก็โจมตีไอติม ว่าเป็นหลาน อภิสิทธิ์ คน...เสื้อแดง #แล้วใครหลอกเสื้อแดงไปตาย? นั่นละตัวต้นเหตุพาเสื้อแดง ไปตาย!! สันดานระยำทั้งเหลือง/แดง (บางคน) ขอให้กำลังใจอภิสิทธิ์และ ไอติมนะคะ ขอให้เป็นสส.คุณภาพ มือสะอาด ทำเพื่อชาติและประชาชนต่อไป

รูปภาพของ Apichart Manee-
Apichart Manee-

ก็คงฉลาดพอกับลูกบิดประตู คนที่สมองปกติดีที่ไหนเขาจะถอดถุงมือเพื่อจับลูกบิดประตูล่ะครับ