ภายหลังจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีบางส่วนได้ลงพื้นที่หาดใหญ่ เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

โดยในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ.วันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้เสนอขอเป็นงบประมาณ 99.5 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาคลองชลประทาน ร.1 ในพื้นที่

หลังจากนั้น นาย ณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ "นายกฯ แป้น" นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ได้ออกมาโวยผ่านสื่อ

ในทำนองว่า 'งบประมาณนั้นน้อยเกินไป' และแสดงให้เห็นถึงการไม่ให้ความสำคัญของเทศบาลนครหาดใหญ่ ทั้งที่เป็นพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยมากที่สุด

"พวกคุณก็รู้ว่าผมอยากได้เงินมาลอกคูในเทศบาลหาดใหญ่ ป้องกันไม่ให้น้ำรอระบาย อ้างแค่ว่าเทศบาลไม่เอา ทั้งที่รู้ว่าผมอยากได้ และไม่เคยถามผมว่าเอางบไหม เบอร์โทรผมก็มี คนที่ว่าบิดเบือนบอกมาสักคำ" นายกแป้นกล่าว

ก่อนที่นาย จูรี นุ่มแก้ว สส.และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะได้หยิบเอาเรื่องดังกล่าว มาขยายความตามสื่อต่างๆ

---

ล่าสุด นาย ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ได้ออกมาเปิดโปงข้อมูลอีกด้าน ว่าแท้ที่จริงแล้ว ทางเทศบาลหาดใหญ่ ขออะไรมากันแน่?

" ผมอยากเรียนพี่น้องชาวหาดใหญ่ ท่านทราบไหมครับว่าที่เทศบาลของท่านมาตีโพยตีพายว่า ทำไมรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ

ท่านทราบหรือไม่ว่า งบประมาณปี 70 ที่ผ่านสภาวาระ 1 เทศบาลและท้องถิ่นของท่าน ทำคำขออะไรมาขอกับสำนักงบประมาณบ้าง ?

ท่านคงจะคิดว่า ขอซ่อมแซมหรือขุดลอกคูคลองต่างๆ ใช่ไหมครับ เสียใจด้วย ไม่ใช่ครับ! เขาขอทำห้องเรียนอัจฉริยะ 4 ห้อง ขอเจ็ตสกีมา 8 ล้านบาท!! นี่จะซื้อเจ็ตสกีหรือว่าจะไปซื้อเรือยอร์ชไม่รู้ฮะ

อยากให้พี่น้องหาดใหญ่ทบทวนสิ่งที่ผมพูดผมไม่โกหก เอาข้อมูลทั้งหมดมาเล่าให้ท่านฟัง เพื่อให้ท่านฟังความจริงอีกด้านหนึ่ง"

---

โดยนายภราดร ได้เอาเอกสารการของบประมาณของเทศบาลหาดใหญ่มาประกอบ โดยมีรายละเอียดดังนี้

- งบซื้อเจ็ตสกี เครื่องยนต์ 4 สูบ มูลค่า 8,121,300 บาท

- งบทำถนน มูลค่า 27,000,000 บาท

- รถบรรทุกดีเซล 6 ล้อเพื่อขนขยะ มูลค่า 6,570,000 บาท

- เรือยางกู้ภัย 3.6 เมตร รวมเครื่องยนต์ 40 แรงม้า มูลค่า 2,000,000 บาท

- ห้องเรียนแจฉริยะ 4 ห้อง

(ดูเอกสารได้ในคอมเมนต์)

นายภราดร กล่าวเสริมว่า อีกเรื่องที่สำคัญ คือ 'เงินของเทศบาลหาดใหญ่' ที่มีเงินสะสมอยู่ 200 กว่าล้านบาท แต่ทำไมถึงเก็บไว้เฉยๆ

ก่อนที่นายภราดร จะย้ำปิดท้ายว่า

“ผมไม่กลัวหรอกครับคนเก่ง เอาข้อมูลมาคุยกัน คุยกันได้ สิ่งที่ผมกลัวคือกลัวคนโกหกเก่งครับ คนโกหกเก่งเนี่ยอันตรายนะครับ รู้ความจริงแต่ไปเล่าแบบเนี้ย ตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ...ซึ่งที่ประชาชนต้องกลัว คือ นักการเมืองที่โกหกที่เอาความจริงไม่หมดมาพูด”

#TheStructure

#TheStructureNews

#พรรคประชาธิปัตย์ #พรรคภูมิใจไทย #ภราดรปริศนานันทกุล

7/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประเด็นข้อถกเถียงของงบประมาณเทศบาลหาดใหญ่ในปีงบประมาณ 70 ที่มีการร้องเรียนเรื่องงบท่วมน้อยแต่กลับนำงบไปลงทุนซื้อเจ็ตสกีและทำห้องเรียนอัจฉริยะ ที่ฉันเห็นนั้น เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการจัดลำดับความสำคัญของการใช้งบประมาณท้องถิ่นที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของหน่วยงานรัฐและความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่ โดยส่วนตัวเคยผ่านสถานการณ์น้ำท่วมที่ต้องการการช่วยเหลือเร่งด่วนมาก่อน และเข้าใจดีว่าการระบายน้ำเป็นเรื่องสำคัญที่สุด หากงบประมาณส่วนใหญ่ถูกจัดสรรไปกับโครงการที่ไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาหลัก เช่น การลอกคูคลองที่จำเป็น ก็จะนำมาซึ่งความไม่พอใจของชาวบ้านอย่างปฏิเสธไม่ได้ อีกทั้ง การมีเงินสะสมมากกว่า 200 ล้านบาทแล้วยังไม่ได้นำมาใช้แก้ไขปัญหาก็เป็นเรื่องที่ควรถูกตั้งคำถาม เพราะในภาวะวิกฤตน้ำท่วมเร่งด่วน การถือเงินไว้โดยไม่ใช้ประโยชน์หรือวางแผนการใช้ที่ชัดเจน อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและคุณภาพชีวิตของชาวหาดใหญ่ นอกจากนี้ การอภิปรายเรื่องเจ็ตสกีและห้องเรียนอัจฉริยะ ดูเหมือนจะเกิดความสับสนในความต้องการและความจำเป็นที่แตกต่างกันของหน่วยงานและประชาชน สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการสื่อสารระหว่างหน่วยงานรัฐกับประชาชนอาจยังไม่รัดกุมและชัดเจนพอ สุดท้าย ผมเห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลและความจริงอย่างโปร่งใสเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันและสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด การฟังเสียงประชาชนและการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เหมาะสมกับความต้องการจริงในพื้นที่ จึงเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือ