นายพรชัย มาระเนตร์ คณะกรรมการยุทธศาสตร์และทีมนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของกระทรวงพลังงานอย่างดุเดือด

จากกรณีที่กระทรวงพลังงานประกาศความสำเร็จในการรีดเงินจากโรงกลั่นน้ำมันได้ถึงลิตรละ 2.40 บาท ทว่าผลลัพธ์กลับไม่ตกถึงมือประชาชนในทันที เพราะราคาหน้าปั๊มยังคงตรึงอยู่ที่เดิม

"เมื่อวานกระทรวงพลังงานเล่นใหญ่ บอกรีดเงินจากโรงกลั่นได้อีก ลิตรละ 2.40 บาท

ใครฟังก็ต้องคิดแบบผม เดี๋ยวราคาหน้าปั๊มลดแน่ ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ สรุปเชคราคาน้ำมันพรุ่งนี้จากเวบบริษัทน้ำมัน ไม่มีปั๊มไหนลดเลย ทุกปั๊มยังราคาเดิมจากการขึ้นราคาสองวันติด (0.85 บาท กับ 0.90 บาท)

อ่อ แต่มีลดอยู่ คือ "ลดการขาดทุนของกองทุนน้ำมัน" ด้วยการลดเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันในส่วนของดีเซล และแกสโซฮอล ส่วนเบนซินเพิ่มเงินชดเชยเข้ากองทุน

พูดง่ายๆ เหมือนล้วงเงินจากโรงกลั่นทางกระเป๋าซ้าย และจ่ายคืนบริษัทน้ำมันด้วยกองทุนน้ำมันทางกระเป๋าขวา

ไหนเลยจะเร่งลดราคาให้ประชาชน มีแต่ความห้าวตีข่าวประกาศผลงาน แต่ไม่กล้ากับการลดราคาแบบยั่งยืน

เตือนกันเพราะหวังดีนะครับ คณะทำงานของกระทรวงพลังงาน นโยบายพลังงานประเทศนี้มันถูกวางหมากให้ซับซ้อน ไม่ใช่เวทีของการสร้างภาพแบบจับเหล็กจับขยะโรงงาน สมองไม่ดีนี่คิดไม่ทันเค้านะครับ

สุดท้ายราคาน้ำมันก็คงลด เพราะอุตสาห์ไปรีดเงินจากโรงกลั่นได้แล้ว แต่เมื่อไหร่? บอกด้วยนะครับ

อีกอย่างกฎหมายที่จะกู้เงินมาใช้หนี้กองทุนน้ำมัน อย่ากู้มาเยอะเกินนะครับ หนี้สาธารณะมันสูงขึ้นเรื่อยๆ ปรึกษาคนมีความรู้ก่อนผลีผลาม อันตรายยิ่งนัก"

#TheStructure

#TheStructureNews

#กระทรวงพลังงาน #พรชัยมาระเนตร์ #พรรคประชาธิปัตย์

7/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมประสบการณ์ส่วนตัวกับราคาน้ำมันในช่วงหลังผมพบว่าแม้จะได้ยินข่าวว่ากระทรวงพลังงานรีดเงินจากโรงกลั่นเพื่อหวังลดราคาน้ำมัน แต่ราคาน้ำมันหน้าปั๊มกลับไม่ลดลงตามที่คาดหวัง มันทำให้รู้สึกเหมือนว่าการจัดการนโยบายพลังงานมีหลายชั้นซับซ้อนและไม่เห็นผลในระยะสั้นจริงๆ การที่นโยบายพลังงานมีขั้นตอนซับซ้อนนั้น ผมคิดว่าเกิดจากหลายปัจจัย เช่น การบริหารจัดการกองทุนน้ำมันที่ต้องบาลานซ์ระหว่างกำไรของโรงกลั่นและสิทธิของประชาชน รวมทั้งผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ต้องระวังไม่ให้เกิดผลเสียหากลดราคามากเกินไปโดยขาดความยั่งยืน อีกเรื่องที่ผมสังเกตเห็นคือเรื่องการใช้กฎหมายกู้เงินมาใช้หนี้กองทุนน้ำมัน เมื่อมีการกู้มากขึ้นก็ทำให้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น ซึ่งถ้ามีการกู้โดยไม่มีการวางแผนอย่างรอบคอบ อาจนำไปสู่ภาระหนี้ที่หนักในอนาคต ผมเองมองว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องที่ต้องได้รับการหารือและทบทวนร่วมกับผู้มีความรู้จริงจังก่อนตัดสินใจ สุดท้าย ผมคิดว่าประชาชนต้องมีความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับนโยบายพลังงานและผลกระทบที่เกิดขึ้นจริง เพื่อที่จะติดตามและเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับประชาชน ทั้งนี้การสื่อสารที่โปร่งใสและชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้ความเชื่อมั่นและความเข้าใจของประชาชนเพิ่มมากขึ้นด้วย