ปิดงบแทบตาย ขึ้นเงิน 500?!กว่าจะยิ้มได้มันยากมาก... แต่พอหัวเราะออกมา กลับโดนหาว่า "เอาแต่เล่น"

ทุกคนคะ... พึ่งจบใหม่ทำงานไม่ถึงปีปิดงบ 20 บริษัทถึงจะมีพี่ๆช่วยบ้าง5บริษัท แต่เป็นการช่วยบางส่วนไม่ใช่ทั้งหมด ร่างกายและจิตใจมันล้าจนแทบไม่มีแรงจะยิ้มอยู่แล้ว วันนั้นมีเสี้ยววินาทีสั้น ๆ ที่เราได้หัวเราะและมีความสุขกับเขาบ้าง (ซึ่งกว่าจะยิ้มออกมาได้ในสภาพงานแบบนี้มันยากมากจริง ๆ) แต่สิ่งทีได้รับคือ Boss พูดกับเราส่วนตัวตอนเรียกไปคุยว่า "ทำงานเอาแต่เล่น"... ฟังแล้วจุกจนพูดไม่ออก ทำไมใจร้ายและ Toxic ได้ขนาดนี้

ที่พีคคือ Boss ชอบบอกว่าตัวเอง “ไม่ Toxic นะ ไม่เคยยุ่งหรือตามงานหลังเลิกงานเลย” ... ใช่หรอคะตามเราแถมยังโทรไปจิกพี่อีกคนในออฟฟิศที่เพิ่งได้กลับบ้านตอน 07:00 น. โทรตามด่าว่า “จะเอาเดี๋ยวนี้!” แบบนี้เรียกว่าไม่ยุ่งหลังเลิกงานจริง ๆ เหรอคะ? 😮‍💨

แบกงานหลังหักขนาดนี้ สวัสดิการก็ทั่วไป OT ก็ไม่ได้ แถมโบนัสที่นี่คือ "ให้ตามความรู้สึกของ Bossและลูกรักเขา...“

เลยอยากถามพี่ ๆ เพื่อน ๆ นักบัญชีหน่อยค่ะว่า:

1. วงการบัญชีที่อื่นเจอ Boss สไตล์นี้ถือเป็นเรื่องปกติไหมคะ?

2. ปกติแล้วเด็กจบใหม่หรือนักบัญชีที่อื่น เขาได้โบนัสกันประมาณกี่เท่าของเงินเดือน? หรือถ้าคิดจากเปอร์เซ็นต์ของ "ค่ารับรองงบ" ปกติเขาแบ่งให้คนทำกี่เปอร์เซ็นต์เหรอคะ?

3. แบบนี้ปกติมั้ยคะ บริษัทอื่นเป็นเหมือนกันมั้ย

มาแชร์เป็นความรู้ทีค่ะ จริงๆตั้งใจจะออกหลังได้โบนัสค่ะ ตอนนี้รู้สึกเคว้งและเหมือนกำลังโดนเอาเปรียบอยู่เลยค่ะ 💔

#บัญชี #สาวบัญชี #office #โบนัส #firstjobber

7/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ตรงของหลายๆ คนในวงการบัญชี โดยเฉพาะเด็กจบใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำงาน ผมเข้าใจดีว่าการปิดงบปีเป็นช่วงเวลาที่หนักหนาสาหัสมาก ทั้งต้องทำงานล่วงเวลาจนดึกหรือเช้าตรู่ และมีแรงกดดันสูงจากการตรวจสอบข้อมูลที่แม่นยำ แต่สิ่งที่ยิ่งทำให้รู้สึกท้อใจคือการได้รับแรงกดดันจากบอสหรือผู้บริหารที่ไม่มีความเห็นใจ หรือแม้แต่การถูกตำหนิว่าทำงานไม่จริงจังเมื่อนาน ๆ ทีหัวเราะหรือพักผ่อนบ้าง ซึ่งบางบริษัทก็มีสวัสดิการที่ช่วยให้งานมีความยุติธรรมกว่า เช่น การจ่าย OT ตามจริง หรือโบนัสที่ชัดเจนตามผลงาน ไม่ใช่ตามความรู้สึกของผู้บอสเท่านั้น เรื่องโบนัสในวงการบัญชี โดยทั่วไป เด็กจบใหม่ที่ทำงานเต็มปีมักได้รับโบนัสประมาณ 1-2 เท่าของเงินเดือน ในบางบริษัทที่มีความใจกว้างหรือมีกำไรดีอาจได้มากกว่านั้น ขณะเดียวกันการแบ่งเปอร์เซ็นต์จากค่ารับรองงบหรือการจัดสรรผลตอบแทนมักมีการตกลงที่ชัดเจนเพื่อความยุติธรรม แต่ก็มีหลายที่ที่ยังขาดความโปร่งใสและใช้ดุลพินิจของผู้บริหารฝ่ายเดียว ถ้าพบเจอบอสที่มีลักษณะ Toxic อย่างที่เล่ามา เช่น ติดตามงานตลอดเวลานอกเวลาทำงาน โทรด่าว่าหรือกดดันมากเกินไป ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าบริษัทนั้นอาจขาดวัฒนธรรมองค์กรที่ดีและสนับสนุนพนักงาน การอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ต่อเนื่องอาจทำให้สุขภาพจิตและร่างกายย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็ว จากที่ได้พูดคุยกับเพื่อน ๆ ในสายงานบัญชี หลายคนแนะนำให้หาโอกาสคุยเรื่องสวัสดิการ โบนัส และความคาดหวังในการทำงานกับผู้บริหารหรือฝ่ายบุคคลอย่างชัดเจน รวมถึงถ้ารู้สึกถึงการถูกเอาเปรียบอย่างต่อเนื่อง ก็ควรพิจารณาหางานใหม่ที่ส่งเสริมความเจริญเติบโตและมีความสมดุลระหว่างชีวิตและงาน สุดท้ายอยากให้กำลังใจเพื่อน ๆ ในวงการบัญชีทุกคนว่า แม้การเริ่มต้นจะลำบาก ก็อย่าท้อถอย ควรติดตามหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทก่อนเข้าทำงาน และอย่ากลัวที่จะตั้งคำถามหรือแสวงหาบริษัทที่เคารพและให้ค่ากับแรงงานอย่างเหมาะสม