19 สิงหาคม 2568 น้อมนำบุญและเรื่องประวัติศาสตร์ มาฝากกัลยาณมิตรทุกท่านครับ

ภาระกิจเรียบร้อยมาสะสมเสบียงบุญที่วัดอินทารามวรวิหาร (วัดแห่งกรุงธนบุรี)

ระหว่างพระเจดีย์ทั้งสามองค์จะมีวิหารน้อยหรือที่ทางวัดเรียกว่า "กุฏิพุทธองค์" ตั้งอยู่

หลังที่ 1 ประดิษฐานพระนอนตะแคงซ้าย

*** มีที่มาจากพุทธประวัติว่า ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จไปจำพรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในช่วงเข้าพรรษานั้น ได้ทรงทำการแสดงยมกปาฏิหาริย์เหนือต้นมะม่วง โดยเนรมิตพระองค์เองขึ้นอีกองค์หนึ่งแล้วแสดงปาฏิหาริย์กันไปเป็นคู่ ๆ สมมติพระพุทธเจ้าทรงอยู่ในอิริยาบถตะแคงขวา องค์ที่เนรมิตขึ้นมาก็จะอยู่ในอิริยาบถตะแคงซ้ายเหมือนพระนอนองค์นี้ อะไรทำนองนั้น

หลังที่ 2 ประดิษฐานแท่นบูชาจำลอง เป็นพระนอนในปางที่เขาเรียกว่า ปางถวายพระเพลิง

*** เป็นพระนอนที่อาจจะหาชมยากนิดนึง โดยมีพระมหากัสสปะถวายบังคมพระบรมศพที่เบื้องพระบาท โดยมีที่มาจากพุทธประวัติในตอนหลังจากที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว ในครั้งนั้นมีการเตรียมจะถวายพระเพลิงพระบรมศพ แต่จุดยังไงไฟก็ไม่ติด เหมือนพระพุทธเจ้าจะทรงรอให้พระมหากัสสปะที่ขณะนั้นอยู่ระหว่างการธุดงค์มาร่วมพิธี จนเมื่อพระมหากัสสปะมาถึงแล้ว ได้่ถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทก็ได้ยื่นออกมาเหมือนรับการถวายบังคม แล้วไฟก็ติดขึ้นเองอย่างน่าอัศจรรย์

หลังที่ 3 ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท

หลังที่ 4 ประดิษฐานพระนอนตะแคงขวา สร้างสมัยรัชกาลที่ 3

2025/8/19 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมวัดอินทารามวรวิหารในกรุงธนบุรี ถือเป็นวัดสำคัญที่เก็บรักษาพระพุทธรูปและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และจิตใจอย่างยิ่ง หนึ่งในพระพุทธรูปสำคัญคือพระนอนในอิริยาบถหลากหลายปาง ซึ่งแสดงถึงพุทธพจน์และเหตุการณ์สำคัญในพระพุทธประวัติ หลังที่ 1 ของวัด คือ พระนอนตะแคงซ้ายที่มีที่มาจากพุทธประวัติ เมื่อครั้งพระพุทธเจ้าทรงทำยมกปาฏิหาริย์เหนือบุปผา มะม่วง ทรงเนรมิตพระองค์เองขึ้นอีกองค์หนึ่ง แสดงปาฏิหาริย์เป็นคู่ เพื่อชี้ให้เห็นอิริยาบถและความเป็นพุทธเจ้าในมุมที่แตกต่างกัน การแสดงปาฏิหาริย์นี้เป็นการเผยแพร่ธรรมะแก่ประชาชนอย่างลึกซึ้ง หลังที่ 2 มีแท่นบูชาจำลองพระนอนในปางถวายพระเพลิง ซึ่งถือเป็นพระนอนที่หาชมได้ยากและมีความหมายลึกซึ้ง โดยมีพระมหากัสสปะถวายบังคมพระบรมศพในเหตุการณ์หลังปรินิพพาน ซึ่งแสดงถึงความเคารพและความศรัทธาที่พระมหากัสสปะมีต่อพระพุทธเจ้า การที่ไฟถวายพระเพลิงติดได้อย่างอัศจรรย์นั้นสะท้อนให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์และความเชื่อมั่นของชาวพุทธ หลังที่ 3 วัดได้นำเสนอรอยพระพุทธบาท ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนการเยือนของพระพุทธเจ้าในบริเวณนี้ นับเป็นมงคลและเป็นจุดศรัทธาของผู้แสวงบุญ หลังที่ 4 ประดิษฐานพระนอนตะแคงขวาที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความร่วมสมัยในการอนุรักษ์พระพุทธรูปและความผูกพันของชาติไทยกับประวัติศาสตร์พุทธศาสนา วัดอินทารามวรวิหารจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ปฏิบัติธรรม แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ที่ช่วยให้ผู้คนได้สัมผัสกับเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง ทั้งนี้ ทุกองค์พระพุทธรูปยังคงสะท้อนคุณค่าทางศิลปะและจิตวิญญาณที่ยังคงอยู่ในสังคมไทยจนถึงปัจจุบัน