#THAI จะโตแค่ไหนหลังกลับมาเทรด? 
นักวิเคราะห์ลุ้น ปันผล 9%

#THAI จะโตแค่ไหนหลังกลับมาเทรด?

นักวิเคราะห์ลุ้น อาจปันผลทะลุ 9%

.

หุ้น THAI หรือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กลับเข้าสู่กระดานซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อีกครั้งผ่านการ resume trade หลังจากเคยต้องออกจากตลาดเพื่อเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ โดยราคาเปิดซื้อขายอยู่ที่ 10.50 บาท ก่อนที่ราคาจะทะลุขึ้นไปกว่า 12 บาท ทำให้มูลค่าตลาดทะลุ 3 แสนล้านบาท

.

คุณชาย เอี่ยมศิริ ดีดี การบินไทย มั่นใจกับการกลับมาครั้งนี้ และเชื่อว่าหุ้น THAI จะอยู่ในสายตาของนักลงทุน VI ด้วยแผนการเติบโตที่ชัดเจน ทั้งการขยายฝูงบินเป็น 150 ลำภายในปี 2576 และตั้งเป้ารายได้ 4 แสนล้านบาท

..

บริษัทยังเดินหน้าเพิ่มมาร์เก็ตแชร์ในสนามบินสุวรรณภูมิ และขยายธุรกิจศูนย์ซ่อมอากาศยาน (MRO) ที่อู่ตะเภา โดยมั่นใจว่าการเติบโตในระยะยาวจะสร้างความน่าสนใจให้นักลงทุน ท่ามกลางผลกำไรที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาแล้ว 10 ไตรมาส

.

การกลับมาของ THAI ในครั้งนี้ได้สลัดภาพบริษัทเก่าที่เคยถูกออกจากตลาดหุ้นไปอย่างชัดเจน โดยมาพร้อมกับความลีนและคุณภาพ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า THAI จะกลับมาโดดเด่นด้วยการปันผลที่สูง

.

💸 THAI อาจปันผลทะลุ 9%

.

บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ประเมินว่าได้กลับมาเริ่มต้นการวิเคราะห์หุ้น THAI อีกครั้งด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” และให้ราคาเป้าหมายที่ 10.00 บาท โดยอิงจาก P/E เป้าหมายที่ 10.5 เท่า (เทียบเท่าอุตสาหกรรมสายการบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก)

.

THAI เป็นสายการบินแห่งชาติที่มีส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในประเทศไทย หลังการฟื้นฟูกิจการ การบินไทยได้ปรับกลยุทธ์โดยเน้นเส้นทางบินที่ทำกำไรเป็นหลัก และลดจำนวนพนักงานลงถึง 50% นอกจากนี้ยังลดจำนวนฝูงบินและเครื่องยนต์ลงแต่มีประสิทธิภาพมากขึ้น (เหลือ 5 รุ่น จาก 9 รุ่นในปี 2562)

.

THAI กลับมาเป็นสายการบินที่น่าจับตาอีกครั้งจากการวางแผนเติบโตเชิงรุก โดยอาศัยจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งของไทยซึ่งเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคเอเชีย และสถานะสายการบินแห่งชาติที่มีความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์

.

บริษัทมีแผนขยายฝูงบินเพิ่มขึ้น 50% ภายใน 5 ปี เพื่อรองรับการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในเส้นทางยุโรปและญี่ปุ่น ซึ่งยังคงมี Yield และ Load factor ที่แข็งแกร่งกว่าคู่แข่ง

.

แม้ Yield ต่อผู้โดยสารจะมีแนวโน้มลดลงจาก 3.0 เหลือ 2.8 บาทต่อ RPK ในช่วงปี 2566–2570 แต่ THAI ยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้จากต้นทุนที่ต่ำลง เครื่องบินใหม่ที่ประหยัดน้ำมัน และการควบคุมค่าใช้จ่ายจากการบริหารจัดการฝูงบินและพนักงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

.

บล.เมย์แบงก์ เชื่อว่าจุดเด่นด้านการเงินของการบินไทยยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ด้วยอัตราส่วน P/E ที่ต่ำเพียง 3.5 เท่า และอัตราผลตอบแทนจากกระแสเงินสดอิสระ (FCF yield) สูงถึง 9% ขณะเดียวกันบริษัทมีฐานะการเงินที่มั่นคงด้วยอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุนที่ -0.02 เท่า และอัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุน (ROIC) สูงถึง 19%

.

นอกจากนี้ยังมีอัปไซด์จากรายได้ร่วมกับพันธมิตรเที่ยวบิน (codeshare partners) และการขายตรงผ่านช่องทางของบริษัทเอง รวมถึงการมีศูนย์ซ่อมบำรุงที่ช่วยลดต้นทุนในระยะยาว

.

✈️ วางรากฐานเชิงกลยุทธ์เพื่อการเติบโตระยะยาว

.

บล.ทิสโก้ เริ่มต้นการวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” ในหุ้น THAI และให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 10.40 บาท โดยมองว่า THAI กำลังกลับมาอย่างแข็งแกร่งหลังจากผ่านกระบวนการฟื้นฟูกิจการเป็นเวลา 4 ปี โดยมีปัจจัยหนุนจากสภาพแวดล้อมด้านอุปสงค์ที่เอื้ออำนวย ความสามารถในการรักษาระดับรายได้ต่อผู้โดยสาร โครงสร้างงบดุลที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการขยายฝูงบินอย่างต่อเนื่อง

.

THAI อยู่ในตำแหน่งที่ดีในการได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของการเดินทางทางอากาศทั่วโลก โดยมีรายได้กว่า 95% มาจากตลาดในเอเชียแปซิฟิกและยุโรป และมีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 22% ที่สนามบินสุวรรณภูมิ บริษัทคาดว่าจะสามารถเพิ่มรายได้ต่อผู้โดยสารได้อย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับเส้นทางบินไปยังจุดหมายปลายทางที่มีรายได้สูงขึ้น และการนำเครื่องบินขนาดเล็กที่ประหยัดเชื้อเพลิง เช่น A321neo มาใช้งาน

.

การเติบโตระยะยาวยังได้รับแรงหนุนจากการขยายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เช่น การร่วมธุรกิจกับสายการบิน Turkish Airlines และ loyalty program ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ THAI ยังมีแผนลงทุนในศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) เพื่อรองรับขนาดฝูงบินที่ใหญ่ขึ้นและการขยายตัวในระดับภูมิภาค

.

#หุ้น #ลงทุน #tpinvestor #หุ้นไทย #หุ้นไทยวันนี้ #ข่าวหุ้นวันนี้ #ข่าวหุ้น

2025/8/6 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนเสิร์ชคำว่า “การบินไทย ปันผล” เพราะพอ THAI กลับมาเทรดอีกครั้ง ก็เริ่มมีการพูดถึง “ยีลด์ปันผลอาจแตะ ~9%” ฟังดูน่าสนใจมาก แต่จากที่ตามข่าวและอ่านบทวิเคราะห์ต่าง ๆ ฉันมองว่าก่อนจะโฟกัสตัวเลข % เราควรแยกให้ชัดว่า “ปันผล” จะเกิดขึ้นได้จริงต้องผ่านเงื่อนไขอะไรบ้าง และยีลด์สูง ๆ มักมาพร้อมความผันผวนของราคาหุ้นด้วย 1) THAI จะจ่ายปันผลได้ ต้องดู 3 เรื่องหลัก - กำไรสุทธิและกระแสเงินสด: บริษัทอาจมีกำไรบัญชี แต่ถ้ากระแสเงินสดยังตึง (ต้องลงทุน/ชำระหนี้/เช่าเครื่องบิน) การจ่ายปันผลก็อาจไม่ใช่ลำดับแรก - นโยบายปันผล + เงื่อนไขตามแผนฟื้นฟู: การบินไทยเพิ่งผ่านกระบวนการฟื้นฟูกิจการมา ช่วงแรก ๆ บริษัทมักให้ความสำคัญกับความแข็งแรงของงบดุลก่อน ดังนั้นควรอ่านงบ/คำชี้แจงของบริษัท และติดตามมติบอร์ดเรื่องนโยบายปันผลทุกไตรมาส - ความสม่ำเสมอของผลประกอบการ: บทความเดิมพูดถึงกำไรต่อเนื่องหลายไตรมาส ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ธุรกิจสายการบินยังมีความผันผวนตามฤดูกาล/เศรษฐกิจ/ราคาน้ำมัน 2) ทำไมถึงมีคนประเมิน “ยีลด์ปันผล 9%” โดยทั่วไป “Dividend yield” มาจาก เงินปันผลต่อหุ้น ÷ ราคาหุ้น ณ ตอนนั้น ถ้าราคาหุ้นแกว่งแรง (เช่นหลัง resume trade) ต่อให้ปันผลต่อหุ้นเท่าเดิม ยีลด์ก็เปลี่ยนได้มาก ฉันเลยชอบดูเป็นฉากทัศน์ เช่น - กรณีฐาน: บริษัทตั้งสำรอง/ลงทุนเพิ่ม ทำให้ปันผลอาจยังไม่สูง - กรณีดี: กำไรและ FCF แข็งแรงต่อเนื่อง จึงเริ่มจ่ายปันผลมากขึ้น 3) ตัวแปรที่ทำให้ “ปันผล” ยั่งยืนหรือสะดุด - ราคาน้ำมันและค่าเงินบาท: ต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายบางส่วนอิงสกุลเงินต่างประเทศ ถ้าผันผวนแรง อาจกดมาร์จิ้น - Load factor / Yield: ช่วงท่องเที่ยวฟื้นตัวมักดี แต่ถ้าแข่งขันด้านราคาหนัก Yield ลดเร็ว กำไรก็อาจบางลง - แผนขยายฝูงบิน 150 ลำภายในปี 2576: เป็น story การเติบโตที่ใหญ่มาก แต่ “การโต” มักต้องใช้เงินลงทุน ดังนั้นต้องดูบาลานซ์ระหว่างการขยายฝูงบินกับความสามารถในการจ่ายปันผล - สุวรรณภูมิ + MRO อู่ตะเภา: ถ้าขยายส่วนแบ่งตลาดได้จริง และธุรกิจซ่อมบำรุงช่วยลดต้นทุน/เพิ่มรายได้เสริม ก็มีโอกาสทำให้กระแสเงินสดนิ่งขึ้น ซึ่งเป็นฐานของปันผลระยะยาว 4) เช็กลิสต์สำหรับคนอยากลงทุน THAI เพื่อหวังปันผล - ดูประกาศผลประกอบการล่าสุด: กำไรจากการดำเนินงานจริง vs รายการพิเศษ - ดูกระแสเงินสดอิสระ (FCF) และแผน CAPEX/สัญญาเช่าเครื่องบิน - ดูหนี้สินและภาระผูกพันที่ต้องชำระ - รอ “สัญญาณ” จากบริษัท: หากเริ่มประกาศนโยบาย/กรอบจ่ายปันผลชัดเจน จะมั่นใจกว่าการคาดการณ์จากยีลด์เพียงอย่างเดียว สรุปในมุมฉัน: THAI มี story ฟื้นตัว + โตเชิงรุก (เพิ่มฝูงบิน, เพิ่มส่วนแบ่งตลาดสุวรรณภูมิ, ดัน MRO) ซึ่งอาจพาไปสู่การจ่ายปันผลได้ แต่ถ้าตั้งใจซื้อเพื่อ “การบินไทย ปันผล” ควรติดตามงบและกระแสเงินสดเป็นหลัก และเผื่อใจเรื่องความผันผวนของหุ้นสายการบินไว้ด้วย