วานนี้ได้พูดถึงเรื่องนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง วันนี้ได้เห็นแถลงการณ์ฯ จึงซ้ำเรื่องเดิมอีกครั้ง

" คงหมายถึงนักสิทธิ์หญิง ซึ่งเป็นทั้ง ส.ว.ด้วย ที่กำลังเป็นข่าวติดกระแสอยู่ในขณะนี้

เหตุเพราะเชื่อว่า คงมาจากพื้นฐานหลักเหล่านี้ กล่าวคือในช่วงเวลาซึ่งผ่านมักจะเห็นนักสิทธิ์คนนั้น ชอบสร้างจุดเด่นโดยหาแสงตามกาลเป็นปกติวิสัย

แต่ถ้าได้ทำหน้าที่ๆควรจะเป็นต่อทุกปัญหาเรื่องราวอย่างตรงไปตรงไปมาเสมอต้นเสมอปลาย การตอบกลับคงจะไม่เป็นเช่นนี้แน่ "

แถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

เรื่อง ขอให้ทุกฝ่ายเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง และไม่ยอมรับการสร้างความเกลียดชัง

ตามที่ปรากฏข้อถกเถียงและความขัดแย้งทางความคิดในสังคม อันมีที่มาจากการแสดงความคิดเห็นสาธารณะต่อการจัดการปัญหาสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กระทั่งมีการสื่อสารโดยสร้างความเกลียดชังอย่างแพร่หลายในสื่อสังคมออนไลน์ และนำไปสู่การข่มขู่คุกคามบุคคลผู้มีความคิดเห็นต่างนั้น

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีความกังวลต่อสถานการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างยิ่งด้วยตระหนักว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพทางความคิดและมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นโดยปราศจากการแทรกแซงโดยการแสดงความเห็นนั้นต้องเคารพในสิทธิหรือชื่อเสียงของบุคคลอื่น อันสอดคล้องตามข้อ 18 และ19 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ( ICCPR ) ที่ประเทศไทยเป็นภาคี ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีบุคคลใดสมควรถูกข่มขู่คุกคาม ทำให้หวาดกลัว หรือถูกจำกัดเสรีภาพในการสื่อสารเพราะการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง

กสม. เห็นว่า ในสังคมประชาธิปไตยและสังคมที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา หรือความคิดความเชื่ออื่นใด การเคารพในสิทธิมนุษยชนของทั้งตนเองและผู้อื่นเป็นเรื่องที่สังคมต้องให้ความสำคัญและร่วมกันเรียนรู้ โดยเฉพาะในห้วงเวลาแห่งความขัดแย้ง เช่น สถานการณ์บริเวณชายแดนขณะนี้ ซึ่งมีความเสี่ยงที่ความเห็นต่างจะปลุกเร้าให้เกิดการสร้างความเกลียดชังและความรุนแรงในรูปแบบต่าง ๆ ตามมา อันไม่เป็นผลดีต่อการสร้างสันติภาพระหว่างรัฐและความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่

ด้วยเหตุนี้ กสม. จึงขอเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายเคารพในความเห็นต่างและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนทุกคนที่แม้จะแตกต่างกันด้วยเชื้อชาติ ศาสนา ภาษา หรือสถานะทางสังคมอื่นใด แต่ต่างก็มีคุณค่าในตนเอง ทั้งนี้ ขอให้สังคมร่วมกันสร้างพื้นที่ปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็นและการวิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ ไม่ยอมรับการสร้างความเกลียดและการละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในทุกรูปแบบ

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

21 ตุลาคม 2568

2025/10/21 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในสถานการณ์ที่ความเห็นต่างทางความคิดและความคิดเห็นสาธารณะกำลังเป็นเรื่องท้าทายสำหรับสังคมไทยในปัจจุบัน การที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ออกแถลงการณ์เน้นความสำคัญของการเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่างและการต่อต้านการสร้างความเกลียดชัง ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการส่งเสริมหลักสิทธิมนุษยชนและส่งเสริมความสงบสุขในสังคม ในบริบทนี้ ความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา และความเชื่อถือเป็นข้อเท็จจริงที่สังคมไทยต้องยอมรับและให้ความเคารพ กสม. ชี้ชัดว่าการแสดงออกทางความคิดเห็นต้องไม่ละเมิดสิทธิหรือศักดิ์ศรีของบุคคลอื่น ซึ่งสอดคล้องกับข้อ 18 และ 19 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ที่ไทยเป็นภาคี ในยุคสื่อสังคมออนไลน์ที่ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างรวดเร็ว ความเสี่ยงในการเกิดความเกลียดชังและความรุนแรงทางวาจาเพิ่มสูงขึ้น แถลงการณ์นี้จึงเป็นการเตือนสติทุกฝ่ายให้สร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์และเคารพซึ่งกันและกัน ไม่มีใครควรถูกข่มขู่คุกคามเพียงเพราะมีความคิดเห็นที่ต่างจากผู้อื่น นอกจากนี้ ในมุมของสังคมประชาธิปไตย การยอมรับและเปิดกว้างต่อความคิดเห็นที่แตกต่างเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสันติภาพและความร่วมมือในระยะยาว โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้ง เช่น บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มีการถกเถียงและโต้แย้งกันอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การเรียนรู้ที่จะฟังและเคารพซึ่งกันและกัน รวมถึงการใช้พื้นที่ออนไลน์อย่างรับผิดชอบ ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยสังคมไทยก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้ด้วยความสงบและเข้าใจกันมากขึ้น