เห็นด้วย เพราะ ถือเป็นแนวความคิดเบี้องต้นในการแก้ปัญหานี้จากบุคคลภายนอก

เนื่องจากที่ผ่านมาข่าวคราวทางด้านไม่ดีเกี่ยวกับนักเรียน - นักศึกษา ปรากฏให้เห็นเป็นระยะๆ

เมื่อไม่สามารถพึ่งพิงกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงให้ดีได้

ดังนั้นจึงเห็นสมควรอย่างยิ่ง เพื่อแก้ปัญหาแบบยั่งยืน ก็คงเป็นหน้าที่ของผู้หวังดีอื่นๆทั่วไปรวมตัวกันแล้วเข้ามาแก้ไขฯ

เชื่อว่า คือทางออกที่ดีต่อไปในอนาคตข้างหน้า ณ เวลานี้

1 สัปดาห์ที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากกรณีข่าวความรุนแรงในโรงเรียนหลายแห่งที่เกิดขึ้น และครูหรือผู้ปกครองไม่สามารถจัดการได้เต็มที่ เช่น เหตุการณ์ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี พบปัญหานักเรียนถูกใช้อาวุธข่มขู่ทำร้ายอย่างรุนแรง ปัญหานี้แสดงให้เห็นว่าการพึ่งพาผู้มีส่วนเกี่ยวข้องภายในเพียงอย่างเดียวบางครั้งก็ไม่เพียงพอ ในประสบการณ์ของผู้เขียนเอง ผมเห็นว่าแนวทางที่ดีที่สุดคือการรวมพลังของภาคส่วนภายนอก เช่น ชุมชน องค์กรสังคม หรือผู้หวังดีที่พร้อมเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพราะการมีพันธมิตรที่หลากหลายจะทำให้สามารถเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การทำงานร่วมกันของหลายฝ่ายยังช่วยเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้รับการดูแลในหลายมิติ ทั้งด้านจิตใจ สังคม และการศึกษา ทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัยและมีโอกาสเติบโตอย่างเหมาะสม นอกจากนี้การมีระบบแจ้งเหตุหรือช่องทางช่วยเหลือที่เข้าถึงง่ายและปลอดภัย เช่น การแจ้งตรงแก่หน่วยงานที่รับผิดชอบ จะช่วยให้ความรุนแรงลดลงและเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกระทำได้รับการคุ้มครองอย่างแท้จริง สรุปคือ หากผู้เกี่ยวข้องภายในโรงเรียนไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การรวมตัวของผู้หวังดีภายนอกร่วมมือกันจะเป็นกุญแจสำคัญต่อการแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืนและเป็นกำลังใจสำคัญต่อเด็กและเยาวชนในอนาคต