Automatically translated.View original post

If you always follow your competitors, you have no Positioning.

If you're still imitating your competitors, you're the backup option.

The price will decide for the customer instead of you.

.

No clear position = Race on sale and waste time

.

Use competitors to find spaces, not peels.

Want to stop racing?

Quit selling properties repeatedly and lock the words you own in the customer's head.

.

Do it now. Write 1 line Positioning + 1 USP.

And see if that's true. Maybe ask from the current client.

But starting over, it's easier to analyze the Positioning in the first place than to solve it later...

# Positioning the brand # Brand standpoint # Individual sales offer # Stop competing price

1/7 Edited to

... Read morePosition แปลว่าอะไร? ถ้าแปลตรงตัว “position” คือ “ตำแหน่ง/จุดยืน” แต่พออยู่ในบริบทธุรกิจและการตลาด เรามักใช้คำนี้เพื่อพูดถึง “ตำแหน่งของแบรนด์ในใจลูกค้า” ว่าเวลาลูกค้านึกถึงหมวดสินค้านั้น ๆ เขาจะนึกถึงเราในบทบาทไหน จากประสบการณ์ที่เห็นหลายแบรนด์สะดุด เรื่องนี้มักทำให้ “ขายไม่ได้ ≠ ราคาแพง” จริง ๆ เพราะหลายครั้งขายไม่ได้เพราะลูกค้าไม่เห็นความต่าง ไม่รู้จะเลือกเราไปทำไม สุดท้ายเกมมันเลยไหลไปจบที่ “ลดราคา” แข่งกันไปเรื่อย ๆ ความต่างของคำที่คนชอบสับสน - Positioning = เราอยากให้ลูกค้าจำเราแบบไหน (คำสั้น ๆ ที่ยึดพื้นที่ในหัวลูกค้า) - USP (Unique Selling Proposition) = เหตุผลเฉพาะที่ทำให้คำสัญญานั้น “น่าเชื่อ” และเลือกเราได้จริง (1 ข้อที่ชัด) ลองเริ่มแบบง่าย ๆ ตามนี้ (ทำได้ใน 10 นาที) 1) เขียน Positioning 1 บรรทัด: “สำหรับใคร + ช่วยเรื่องอะไร + ต่างจากทางเลือกเดิมยังไง” ตัวอย่างโครง: “สำหรับ ___ ที่อยาก ___ เราเป็น ___ ที่ช่วย ___ โดย ___” 2) เขียน USP 1 ข้อ: เลือก “ความต่างเดียว” ที่ลูกค้ารู้สึกได้จริง เช่น วิธีทำงาน/กระบวนการ/ความเชี่ยวชาญเฉพาะ/การรับประกัน/ความเร็ว/ผลลัพธ์ที่วัดได้ (อย่าเขียนกว้าง ๆ ว่า ‘บริการดี’) 3) เช็กความจริงกับลูกค้าปัจจุบัน: ถามตรง ๆ 2 คำถาม - “ทำไมถึงเลือกเรา?” - “ถ้าให้เล่าเราให้เพื่อนฟัง 1 ประโยค จะพูดว่าอะไร?” คำตอบที่ซ้ำ ๆ กันคือทอง เพราะมันคือภาษาของลูกค้า ไม่ใช่ภาษาที่เราคิดเอง วิธีใช้คู่แข่งอย่างถูกต้อง (เพื่อหาช่องว่าง ไม่ใช่ลอก) - ลิสต์คู่แข่ง 3 ราย แล้วดูว่าเขายืนบนอะไร: ราคา/ฟีเจอร์/ความพรีเมียม/ความเร็ว/ความเชี่ยวชาญ - หาช่องว่าง (Gap) ที่ยังไม่มีคน “ครอบครองคำ” นั้น เช่น กลุ่มลูกค้าเฉพาะ, วิธีส่งมอบที่ต่าง, ประสบการณ์หลังการขาย - ระวังการไล่ตาม “ฟีเจอร์ใหม่!!” ไปเรื่อย ๆ เพราะถ้าสื่อสารไม่ชัด ลูกค้าจะเปรียบเทียบได้แค่ราคาอยู่ดี สัญญาณว่า Positioning ยังไม่ชัด - ต้องอธิบายยาวมากกว่าคู่แข่งว่าเราคือใคร - ลูกค้าถามวน ๆ ว่า “ต่างจากเจ้าอื่นยังไง?” - ทีมขายจบด้วยการ “ลดราคา 80%” เพื่อปิดดีล สุดท้าย ถ้าคุณอยากเลิกสงครามราคา ให้เริ่มจาก “ล็อกคำที่คุณเป็นเจ้าของในหัวลูกค้า” ก่อนค่ะ/ครับ แล้วค่อยให้ USP เป็นหลักฐานสนับสนุน พอจุดยืนชัด การทำคอนเทนต์ โฆษณา และการตั้งราคา จะง่ายขึ้นแบบเห็นได้ชัด