Day 146 # Last diet happy line
24/11/25 (146) Diet record
Today.. @ Bkk migraine, get to eat, big beach, flood, abstain from flying
🍗 protein 70g ❌ 60g
🍚 not more than 117g ✅ 81g
Fat 🧈 21g ✅ 13g
🥗 400g ❌
🫙 water in excess of 2L. ❌
🍵 caffeine ☕️✅ 1.
😴 sleep 80 🆙 ❌ 76
🏃🏻♀️ exercise ❌
🏃🏻♀️ 4250 steps, ❌ 3284 steps.
iF 16: 8 ❌ 18.29 h
✌️ slowly adjust. Gradually get to know your body.
# Consistent, continuous and long enough
# Weight loss # Stress-free diet
# Happy diet
ในบันทึกการกินอาหารของวันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา พบว่าสมดุลโภชนาการเป็นหัวใจสำคัญในการลดน้ำหนักที่ยั่งยืน โดยผู้เขียนได้ตั้งเป้าในการบริโภคโปรตีน 70 กรัม แต่ทำได้ 60.9 กรัม ส่วนคาร์โบไฮเดรตตั้งเป้าไม่เกิน 117 กรัม ทำได้ 81.2 กรัม และไขมันควรควบคุมที่ 21 กรัม แต่ได้รับเพียง 13.4 กรัมเท่านั้น ซึ่งช่วยลดแคลอรีได้ดี การบริโภคผักสดอย่างยำผักกะเฉดกุ้งที่มีไฟเบอร์สูง เป็นส่วนสำคัญช่วยในการขับถ่ายและรักษาสมดุลน้ำตาลในเลือด แม้วันที่มีไมเกรนและน้ำท่วมในหาดใหญ่ทำให้การออกกำลังกายขาดไป แต่ผู้เขียนยังคงเดินได้ถึง 3,284 ก้าว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการเคลื่อนไหวประจำวัน เรื่องของการนอนหลับก็มีผลต่อการลดน้ำหนัก คะแนนการนอนหลับอยู่ที่ 76 จากเป้าหมาย 80 ซึ่งถือว่าพอใช้ได้ การนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอช่วยในกระบวนการเผาผลาญและฟื้นฟูร่างกาย โดยเฉพาะในวันที่ต้องรับมือกับสภาพอากาศและความเครียด สำหรับการทำ Intermittent Fasting (iF) แบบ 16:8 ก็ถือเป็นเครื่องมือที่ดีในการควบคุมการบริโภคอาหารและเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมัน ซึ่งวันที่บันทึกทำได้ 18.29 ชั่วโมง ถือว่าเกินเป้าเบาๆ ส่งผลดีต่อการควบคุมน้ำหนัก แนวทางการลดน้ำหนักครั้งสุดท้ายสาย Happy ที่ผู้เขียนเลือกนั้นเน้นความสมดุล มุ่งเน้นคุมอาหารแบบไม่เครียดและมีความสุขกับทุกขั้นตอน พร้อมนำหลักโภชนาการที่เหมาะสมมาปรับใช้ตามสภาพร่างกายจริงๆ ในแต่ละวัน ทั้งการลดคาร์บแบบโลว์คาร์บและการออกกำลังกายอย่างพอดี ทำให้สามารถรักษาน้ำหนักตัวได้อย่างยั่งยืนและยังคงมีความสุขในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ท้ายที่สุด การจัดสรรอาหารที่เหมาะสมกับแต่ละคนและความเข้าใจร่างกายตัวเองเป็นกุญแจสำคัญที่จะประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักครั้งสุดท้ายอย่างมีความสุขและไม่กลับมาอ้วนอีกครั้ง






