Day 171 #ลดความอ้วนครั้งสุดท้ายสายhappy
19/12/25 (171) บันทึกการกินอาหาร
วันนี้.. ทำงานที่ภูเก็ต น็อคลงไม่ทันมาลง 20
🍗โปรตีน 90g ❌ 85g
🍚คาร์บไม่เกิน 100g ✅ 30g
🧈ไขมัน 30g ✅ 14g
🥗ไฟเบอร์ 400g ❌
🫙น้ำเกิน 2L ❌
🍵คาเฟอีน ☕️❌ 3
😴การนอน 80🆙 ❌ 77
🏃🏻♀️ออกกำลังกาย ❌
🏃🏻♀️เดินชั้นต่ำ 4250 ก้าว ✅ 5824 ก้าว
⏱️iF 16:8 ✅ 13.30 ชม
✌️ค่อยๆปรับ ค่อยๆทำความรู้จ ักร่างกายตัวเอง
#ลดความอ้วนครั้งสุดท้ายสายhappy
#ลดน้ําหนัก #คุมอาหารแบบไม่เครียด
#คุมอาหารแบบมีความมีความสุข
การลดน้ำหนักแบบสาย Happy ที่ออกแบบโดยคุมอาหารอย่างไม่เครียดและมีความสุขนั้น เน้นการเข้าใจและปรับร่างกายของตัวเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในระยะยาว จากบันทึกของวันที่ 19 ธันวาคม 2565 นี้ จะเห็นว่าผู้ลดน้ำหนักตั้งเป้าควบคุมโปรตีน 90 กรัมแต่กินได้ 85 กรัม, คาร์โบไฮเดรตไม่เกิน 100 กรัมแต่กินจริง 30 กรัม และไขมันที่ 30 กรัมแต่กินจริง 14 กรัม นั่นแสดงให้เห็นว่ารูปแบบการกินเป็นแบบโลว์คาร์บที่ช่วยลดแป้งและน้ำตาล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักโดยไม่มีความเครียดเรื่องอาหารมากเกินไป นอกจากการกินแล้ว การเดินในระดับความเข้มข้นต่ำก็มีบทบาทสำคัญในแผนลดน้ำหนักนี้ โดยมียอดก้าวถึง 5824 ก้าว ซึ่งเกินเป้าหมาย 4250 ก้าวที่ตั้งไว้ ซึ่งช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานโดยไม่กดดันตัวเองมากเกินไป อีกทั้งการทำ IF (Intermittent Fasting) แบบ 16:8 ก็ช่วยระบบเผาผลาญและให้อวัยวะพักผ่อนได้ดีขึ้น นอกจากนี้ การนอนหลับที่มีคุณภาพยังส่งผลต่อความสำเร็จของการลดน้ำหนัก โดยในบันทึกนี้ คะแนนการนอนอยู่ที่ 77 ซึ่งใกล้เคียงเป้าหมาย 80 คะแนน ในเรื่องของน้ำดื่มและไฟเบอร์ยังต้องปรับปรุงเพื่อให้ได้ตามเป้าหมายที่ 2 ลิตรและ 400 กรัมตามลำดับ เพราะทั้งสองอย่างนี้มีบทบาทในการช่วยระบบย่อยและสุขภาพโดยรวม สำหรับคาเฟอีนควรจำกัดการบริโภคหลังบ่ายแก่ ๆ เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อการนอนหลับอย่างมีประสิทธิภาพ โดยรวมแล้ว การติดตามน้ำหนักแบบนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของความสม่ำเสมอและความอดทนในกระบวนการลดน้ำหนักที่เน้นความสุขและความเข้าใจตัวเอง ผู้ที่อ่านบันทึกนี้สามารถปรับใช้แนวทางนี้ได้ด้วยการคุมอาหารแบบมีความสุข ไม่จู้จี้จุกจิกกับตัวเองจนเกินไป และค่อย ๆ เพิ่มกิจกรรมทางกายตามความเหมาะสม พร้อมสังเกตสัญญาณต่าง ๆ จากร่างกายเช่นการนอนหลับและความหิวยามว่าง เพื่อการลดน้ำหนักที่ยั่งยืนและสุขภาพดี









🥰