Automatically translated.View original post

Day 186 # Last diet happy line

3/1/26 (186) Food-eating record

Today. Taiwan Day 4.

🍗 protein 90g ❌ 46g

🍚 not more than 100g❌ 134g

Fat 🧈 30g ✅ 24g

🥗 400g ❌

🫙 water in excess of 2L. ❌

🍵 caffeine ☕️ ✅ 1.

😴 sleep 80 🆙 ❌ 70

🏃🏻‍♀️ exercise ❌

🏃🏻‍♀️ 4250 steps, 10236 steps

iF 16: 8 ✅ 11.30 hours

✌️ slowly adjust. Gradually get to know your body.

# Consistent, continuous and long enough

# Low car as convenient

# Last diet, happy line

# Weight loss # Stress-free diet

# Happy diet

1/3 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ที่ได้บันทึกการกินอาหารและกิจกรรมในแต่ละวัน ผมพบว่าการลดน้ำหนักแบบสาย Happy นั้นต้องให้ความสำคัญกับความสมดุลและความเข้ากันได้ของร่างกายเอง เช่น การตั้งเป้าหมายโปรตีน 90 กรัมแต่ทานได้เพียง 46 กรัม หรือคาร์โบไฮเดรตที่เกินเป้าเล็กน้อย (134 กรัม) ซึ่งสะท้อนถึงความยืดหยุ่นไม่เครียดและไม่บังคับตัวเองมากเกินไป สำหรับการเดินที่จำนวนก้าวกว่า 10,000 ก้าว ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ดีโดยไม่ต้องเข้าฟิตเนส ช่วยเรื่องการเผาผลาญและความกระฉับกระเฉงในแต่ละวัน ส่วนการทำ IF 16:8 ที่ทำได้นานถึง 11 ชั่วโมงครึ่ง ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยควบคุมแคลอรี่และสร้างวินัยในการกินโดยไม่เป็นการทรมานตนเอง สิ่งที่สำคัญอีกอย่างคือการนอนหลับซึ่งมีผลต่อการลดน้ำหนักและสุขภาพทั่วไป ถึงแม้วันนี้จะได้นอนเพียง 5 ชั่วโมง 48 นาที คะแนนการนอน 70 ทำให้รับรู้ว่าร่างกายยังต้องการการพักผ่อนเพิ่มขึ้น และเป็นเหตุผลที่ไม่ควรละเลย การเลือกอาหารเน้นโปรตีนและไขมันที่เหมาะสม รวมถึงการเพิ่มไฟเบอร์จากผัก เพื่อช่วยให้ระบบย่อยดีขึ้น และคุมคาร์โบไฮเดรตอย่างพอดี ก็เป็นส่วนสำคัญในการลดน้ำหนักที่ยั่งยืน การดื่มน้ำให้เพียงพอก็ช่วยให้ผิวพรรณดีและช่วยระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น สุดท้าย สิ่งที่ได้เรียนรู้คือการปรับเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไปและรู้จักฟังเสียงร่างกายตัวเอง การลดน้ำหนักครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องยากหรือน่าเบื่อ หากเรามีความสุขกับกระบวนการและเดินหน้าอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง พร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงอย่างใจเย็น