Day 206 #ลดความอ้วนครั้งสุดท้ายสายhappy
23/1/26 (206) บันทึกการกินอาหาร
วันนี้.. ศุกร์ที่ไมเกรนรับทาน
🍗โปรตีน 90g ❌ 65
🍚คาร์บไม่เกิน 100g ✅ 64
🧈ไขมัน 30g ❌ 50
🥗ไฟเบอร์ 400g ✅
🫙น้ำเกิน 2L ❌
🍵☕️คาเฟอีน 0
😴การนอน 80🆙 ✅ 85
🏃🏻♀️ออกกำลังกาย ❌
🏃🏻♀️เดินชั้นต่ำ 4250 ก้าว ✅ 5371 ก้าว
⏱️iF 16:8 ❌ 18 ชม
✌️ค่อยๆปรับ ค่อยๆทำความรู้จักร่างกายตัวเอง
#ลดความอ้วนครั้งสุดท้ายสายhappy
#ลดน้ําหนัก #คุมอาหารแบบไม่เครียด
#คุมอาหารแบบมีความมีความสุข
การลดน้ำหนักที่ยั่งยืนไม่ใช่แค่เรื่องของการคุมแคลอรี่อย่างเคร่งครัด แต่ต้องเข้าใจและรู้จักร่างกายตัวเองอย่างลึกซึ้ง เช่นเดียวกับที่บันทึกการกินอาหารวันที่ 206 นี้แสดงให้เห็นว่าผู้เขียนไม่ได้เน้นความสมบูรณ์แบบทุกวันแต่เลือกปรับแบบค่อยเป็นค่อยไป และทำให้การลดน้ำหนักเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างมีความสุข ในแต่ละวันผู้เขียนตั้งเป้าหมายโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และไฟเบอร์อย่างชัดเจน โดยเน้นโปรตีนมากพอและคาร์บไม่เกิน 100 กรัม รวมทั้งเลือกเดินให้ได้ก้าวตามเป้าซึ่งช่วยเพิ่มการเผาผลาญและสุขภาพหัวใจ สังเกตได้จากบันทึกก้าวเดินถึง 5,371 ก้าวต่อวัน เรื่องการนอนหลับก็มีความสำคัญมาก ในวันที่ 206 จัดว่านอนหลับได้ 7 ชั่วโมง 32 นาทีด้วยคะแนนคุณภาพการนอน 85 คะแนน ช่วยให้ร่างกายฟื้นฟู และความอยากอาหารลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจคือ การทำ Intermittent Fasting (IF) แบบ 16:8 ในวันที่ 206 จริงๆแล้วทำได้ 18 ชั่วโมง ผู้เขียนบอกว่าค่อยๆ ปรับและทำความรู้จักร่างกายตัวเอง ซึ่งเป็นทัศนคติที่สำคัญมากสำหรับใครที่อยากลดน้ำหนักแบบ sustainable ไม่ใช่รีบผลักดันแต่ไม่เข้าใจตัวเอง จากประสบการณ์ส่วนตัว แนวทางนี้ช่วยให้รู้สึกไม่เครียดกับการลดน้ำหนัก และทำให้คนเราสามารถทำตามได้ในระยะยาว แทนที่จะรู้สึกถูกบังคับหรือเครียดจนยอมแพ้ได้ง่าย การใส่ใจไฟเบอร์ให้ถึง 400 กรัม และหลีกเลี่ยงคาเฟอีนในบางวันก็ช่วยลดอาการไมเกรนและความไม่สบายของร่างกายได้ด้วย โดยรวมแล้ว การลดน้ำหนักครั้งสุดท้ายสาย Happy ไม่ได้หมายความว่าต้องเคร่งครัดจนไม่มีความสุข แต่คือการรู้จักฟังร่างกายตัวเอง ปรับตัวอย่างเหมาะสม เน้นความสม่ำเสมอ และสร้างนิสัยที่ดีทั้งด้านอาหาร การเคลื่อนไหว และการพักผ่อน จะทำให้เป้าหมายการลดน้ำหนักเป็นไปได้จริงอย่างมั่นคงและมีความสุขในทุกวัน







