Automatically translated.View original post

How good is the pala foundation?💗

2025/8/3 Edited to

... Read moreหลังจากลองเทสต์รองพื้น PALA (ที่หลายคนเรียกกันว่ารองพื้นพาลา) กับ “รอยฟกช้ำ” แบบเห็นชัดๆ แล้ว เราว่ามันเป็นวิธีลองที่แฟร์มาก เพราะถ้ารอยช้ำยังเอาอยู่ ใต้ตาคล้ำๆ หรือรอยสิวส่วนใหญ่ก็มีลุ้นเลยค่ะ สิ่งที่สังเกตได้จากการใช้จริงคือ “การปกปิด” ทำได้ค่อนข้างดีในระดับที่ไม่ต้องโบกหนา โดยเฉพาะถ้าลงเป็นชั้นบางๆ 2 รอบ (ดีกว่าลงหนาๆ รอบเดียว) รอบแรกให้กดๆ พอทั่ว แล้วรอเซ็ตตัวสักนิด ค่อยแต้มเพิ่มเฉพาะจุดที่ยังเห็นรอยฟกช้ำหรือรอยสิว วิธีนี้ช่วยให้ผิวดูเนียนกว่าและลดโอกาสเป็นคราบค่ะ สำหรับคนที่สนใจ “รองพื้นพาลา 103” แนะนำให้ลองเช็กโทนผิวตัวเองนิดนึง เพราะเบอร์นี้โดยรวมจะเหมาะกับคนผิวขาว-ผิวกลางโทนเหลือง/นวล (แล้วแต่ล็อตและแสง) ถ้ากลัวหน้าลอย ให้จับคู่กับแป้งโทนเดียวกัน หรือแตะบรอนเซอร์/คอนทัวร์เบาๆ จะบาลานซ์สีได้ดีมาก ทริคให้ปกปิดแน่นขึ้น (โดยเฉพาะใต้ตา/รอยฟกช้ำ): - เตรียมผิวให้ชุ่มก่อนเสมอ โดยเน้นมอยส์เจอไรเซอร์บริเวณที่แห้ง - ใช้ฟองน้ำชุบน้ำบิดหมาด “กด” มากกว่า “ปาด” จะช่วยให้รองพื้นแนบผิว - ถ้ารอยเข้มจริงๆ ใช้คอนซีลเลอร์หรือคอร์เรคเตอร์สีพีช/ส้มบางๆ ก่อน แล้วค่อยลงรองพื้น PALA ทับ - เซ็ตด้วยแป้งฝุ่นบางๆ เฉพาะจุด (ใต้ตา/ข้างจมูก) เพื่อลดตกร่อง หลายคนถามเรื่อง “รองพื้นพาลา แบบซอง” เราว่าซองเหมาะมากสำหรับคนอยากลองก่อนซื้อขวด/ตลับ หรือพกไปต่างจังหวัด เพราะใช้หมดง่าย ไม่เสียดาย และยังช่วยเทียบเฉดกับผิวจริงในแสงกลางวันได้ชัดๆ ส่วนสายคุชชั่น ถ้าเจอ “คุชชั่น PALA สูตรใหม่” แล้วลังเล แนะนำให้ดูฟินิชที่ชอบเป็นหลักเลยค่ะ ถ้าชอบงานผิวฉ่ำๆ คุชชั่นอาจตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าวันไหนต้องการปกปิดรอยสิว/รอยช้ำแบบเน้นๆ รองพื้นจะควบคุมความแน่นและความทนได้ง่ายกว่า โดยรวมถ้าเป้าหมายคือ “รองพื้นปกปิด” ที่ใช้งานจริงได้ และอยากได้ตัวที่ราคาน่ารักแบบถูกและดี PALA ถือว่าเป็นตัวที่น่าลอง โดยเฉพาะถ้าคุณมีใต้ตาคล้ำหรือมีรอยสิวที่อยากให้จางลงแบบไม่ต้องพึ่งฟิลเตอร์ค่ะ