Automatically translated.View original post

The more acid-reducing drugs take, the more acid reflux relapse!

1/1 Edited to

... Read moreช่วงหนึ่งเรามีอาการท้องอืด แน่นหน้าอก เรอเปรี้ยว เลยติดนิสัยกิน “ยาดีแอ๊ส” บ่อย ๆ เพราะรู้สึกว่ามันช่วยเคลือบกระเพาะและลดแสบท้องได้เร็ว แต่ผ่านไปสักพักกลับรู้สึกว่ากรดไหลย้อนกำเริบง่ายขึ้น โดยเฉพาะหลังกินอิ่มหรือเวลานอนราบ เลยลองหาข้อมูลและสังเกตตัวเองแบบจริงจังมากขึ้น สิ่งที่เข้าใจผิดกันบ่อยคือ “ยาดีแอ๊ส” (กลุ่มยาลดกรด/ยาช่วยเคลือบกระเพาะ) มักช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนกลางอกแบบชั่วคราว แต่ไม่ได้แก้สาเหตุหลักของกรดไหลย้อน เช่น หูรูดหลอดอาหารอ่อนแรง กินเร็ว/กินเยอะ ความเครียด น้ำหนักเกิน หรืออาหารกระตุ้น ถ้าเรายังใช้ชีวิตเหมือนเดิม แล้วพึ่งยาบ่อย ๆ อาการก็มีโอกาสกลับมาเรื่อย ๆ จนรู้สึกว่า “ยิ่งกินยาลดกรด กรดไหลย้อนยิ่งกำเริบ” อีกประเด็นที่อยากให้ระวังคือ “แผลในหลอดอาหาร” ซึ่งเกิดได้จากกรดไหลย้อนเรื้อรัง กรดไประคายเคืองผนังหลอดอาหารนาน ๆ จนเกิดอักเสบ/เป็นแผล อาการที่ทำให้เราสะดุดใจและคิดว่าควรไปพบแพทย์ ได้แก่ แสบร้อนกลางอกถี่ขึ้น กลืนเจ็บ กลืนติด เหมือนมีอะไรค้างในคอ เจ็บหน้าอกแบบแปลก ๆ เสียงแหบ ไอเรื้อรัง หรือมีอาการแย่ลงตอนกลางคืน ถ้ามีอาเจียนเป็นเลือด/ถ่ายดำ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ ควรไปโรงพยาบาลทันที จากที่ลองปรับเอง สิ่งที่ช่วยได้จริงมากกว่ายาแบบกินตามอาการคือ “พฤติกรรม” เช่น กินมื้อเล็กลงแต่บ่อยขึ้น ไม่กินอิ่มจัด เลี่ยงนอนหลังอาหารอย่างน้อย 3 ชั่วโมง ยกหัวเตียงสูงเล็กน้อย ลดกาแฟ ชาเข้ม น้ำอัดลม ของทอด เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด และช็อกโกแลต รวมถึงฝึกกินช้า ๆ เคี้ยวให้ละเอียด (เราเคยกินเร็ว พอชะลอลง อาการท้องอืดดีขึ้นชัด) ถ้าใครมีอาการท้องอืดแล้วหยิบยาดีแอ๊สกินบ่อย ๆ แนะนำให้ลองจดบันทึกว่า “กินอะไรแล้วกำเริบ” และเช็กความถี่ของอาการ ถ้าเป็นเกินสัปดาห์ละหลายครั้ง หรือสงสัยมีแผลในหลอดอาหาร การคุยกับแพทย์จะปลอดภัยกว่า เพราะบางคนอาจต้องใช้ยากลุ่มที่เหมาะกับกรดไหลย้อนจริง ๆ และประเมินว่ามีภาวะแทรกซ้อนหรือไม่ สำหรับเรา พอหยุดพึ่งยาดีแอ๊สแบบสุ่ม ๆ แล้วหันมาปรับอาหาร+เวลานอน อาการกำเริบลดลงเยอะ ใครที่กำลังเจออาการคล้ายกัน ลองเริ่มจากปรับสิ่งเล็ก ๆ ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเรื่องยาอย่างมีข้อมูลนะ