ผมช่วยผู้หญิง ถูกหลอกขาย…ที่พัทยา
เรื่องเกิดเมื่อปลายเดือนสิงหาคม2568
มีผู้หญิงคนหนึ่งใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นไรเดอร์ อายุประมาณ 20 กว่าปี น้องให้ผมไปรับหน้าบาร์ในซอยแถวหาดจอมเทียน แต่น้ำเสียงในสายดูหวาดกลัว น้องพยายามให้ผมช่วยต่างๆนาๆ เช่นให้ขึ้นไปรับ, ขึ้นไปช่วยขนของ หรือให้ช่วยพาน้องลงมาจากหอพักที่อยู่ข้างบนบาร์
(ผมชอบช่วยเหลือผู้อื่นนะ) แต่อยู่ต่างถิ่นและสถานที่แบบนี้มันไว้ใจใครไม่ได้ ผมก็เลยบอกว่าให้น้องเดินออกมา เพราะผมก็ไม่เชื่อน้อง ไม่รู้ว่าน้องเป็นใคร ไม่รู้ที่น้องพูดนั้น เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า… ผมก็เลยบอกว่าถ้าอยากให้ช่วยก็เล่าเรื่องจริงมา…!
น้องก็เล่าคร่าวๆสั้นๆว่า น้องมาเที่ยวเล่นกับเพื่อนหางานทำ และเพื่อนก็แนะนำให้ทำงานบาร์ แต่สุดท้ายก็ ขังน้องคนนั้นไว้ในห้องพักบนบาร์ ให้เปลี่ยนชุดและปิดประตู รอแขกหรือลูกค้าต่างชาติเข้ามาใช้บริการ เอ้า..! ซะงั้น! ซึ่งน้องมีแฟนอยู่แล้วที่กรุงเทพ และน้องก็เคยทำงานแบบนี้ *อย่าว่าแต่น้องเลย เป็นผมก็ตกใจเหมือนกัน! ก็ไอคนที่ทำกับเราคือเพื่อนที่ชวนมา ได้เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานานแล้ว
สุดท้าย…น้องก็ให้ผมไปรับที่ด้านหลังหอพักอีกซอย ผมก็เข้าไปจอดรอ แต่ผมรอข้างข้างไกลหน่อยไม่ใช่ที่จุดนัด เพราะเร าก็ไม่ไว้ใจใคร ผมก็ไม่สบายใจเหมือนกัน แต่ไม่นานน้องก็โทรถามว่าผมอยู่ไหน? แล้วน้องก็วิ่งมาหาผมโดยใส่ชุดเดรสสีโทนดำ ไม่ใส่รองเท้าไม่มีสิ่งของ น้องน้ำตาคลอเบ้า ดูตื่นกลัวและพูดกับผมว่า: พี่พาหนูไปเอาเสื้อผ้าข้างกำแพงหลังห้องพักตรงนั้นได้ไหม?
ผมก็บอกว่า: น้องไปเอาได้ไหม? ทำไมพี่ต้องพาไปเอา..? เพราะมันน่ากลัวเกินไปแล้ว แล้วไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า.. น้องก็บอกต่อว่า มันมีเสื้อผ้าและกระเป๋าเงินหนู ถ้าไม่ไปเอา หนูก็ไม่มีเงินจ่ายพี่ (อ้าว เดือดร้อนกูอีก😅) ผมก็เลยให้น้องซ้อนท้ายแล้วก็พาไปที่กำแพงนั้น มองเห็นกองเสื้อผ้าที่เป็นลักษณะถูกโยนลงมาจากข้างบนหอพัก (เข้าใจว่าเป็นการเก็บโดยรีบ ไม่ใช่เก็บด้วยความชิลล์) แต่ผมจอดอยู่ห่างๆประมาณ 10 เมตร เพราะส่องไฟให้น้องและรอดูสถานการณ์ เพราะถึงตอนนั้นผม ก็ยังไม่ไว้ใจน้องอยู่ดี..
ระหว่างที่น้องกำลังเก็บของอยู่นั้น.. ด้านบนชั้น2มีผู้หญิงชุดดำโผล่ออกมาจากหน้าต่าง 1คน ชั้น3มีสาวประเภทสองผมยาวชุดขาวโผล่ออกมาจากหน้าต่างอีก 1คน กำลังพูดด่าทอน้องผู้หญิงที่กำลังเก็บเสื้อผ้าอยู่ (** ผมจับใจความได้ว่า หญิงคนนั้น อาจจะเป็นเพื่อนที่ชวนมาทำงาน และได้ออกเงินค่ารถ ค่าเดินทางให้ ประมาณ 1000 บาท ให้น้องมาทำงานที่พัทยา และน้องไม่ทำงานให้ หรือหนี ก็จะเหมือนโกรธและไม่พอใจ**) พอได้ยินแบบนั้น ก็ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่าเรื่องที่น้องเล่านั้นเป็นความจริง!!!
ผมจึงตะโกนไปหาน้องที่กำลังเก็บเสื้อผ้าว่า ให้เก็บแต่ของมีค่าเสื้อผ้าอย่างอื่นไม่ต้องไปสนใจ ให้เอาตัวเองกับเอาชีวิตรอดไปก่อน แล้วกลุ่มคนด้านบนตึกก็จะตระกูลมาใส่ผมว่า
หญิงชุดดำ: มึงเป็นใคร?
ผม: เป็นไรเดอร์ครับ
หญิงชุดดำ: กูจะแจ้งความจับมึง!
ผม: เอาเลยครับ! ผมทำงาน ผมทำหน้าที่ผมอยู่
จากนั้นเขาก็หันไปด่าน้องผู้หญิงคนนั้นต่อ.. น้องก็วิ่งมาขึ้นรถผมแล้วบอกว่าพี่รีบไปเลย!! ระหว่างขับหมุดที่น้องปากปลายทางก็คือพัทยาใต้
ผม: แล้วน้องจะไปไหนต่อ?
น้อง: จะไปหาพี่อีกคนนึง..
ผม: เพื่อนยังไว้ใจไม่ได้ ยังจะไปหาคนอื่นอีกหรอ?
น้อง: งั้นพี่พาหนูไปส่งที่คิวรถหรือขนส่งแถวนี้ไหม?
ผมก็เลยบอกว่าเดี๋ยวไปส่งที่ท่ารถไปกรุงเทพ แถวพัทยาเหนือ
พอไปถึงจุดหมายปลายทาง ของน้องก็เยอะพะรุงพะรัง น้องยังกังวลและกลัวอยู่ ผมก็เลยบอกว่าเดี๋ยวพี่เฝ้าของให้น้องไปซื้อตั๋วเลยครับ น้องขอบคุณแล้วก็รีบไปซื้อตั๋ว หลังจากกลับมาน้องก็ขอบคุณอีกครั้งและถามค่ารถ น้องดูกลัวและกังวลอีก เรื่องก็คือเรื่องเงิน น้องฉลาดมากเพราะ น้องใช้คำถามป้อนคำตอบว่า ค่ารถเท่าไหร่คะ? 200บาทใช่ไหมคะ? ซึ่งในแอพพลิเคชั่นค่ารถมันประมาณ 60 บาท (และจากคำถามและสถานการณ์ตอนนั้นทำให้ผมรู้เลยว่า น้องมีงบน้อย หรือเงินอาจจะไม่พอ ถ้าหากค่ารถเกินงบ 200 ที่น้องเอ่ยถามขึ้นมา) ผมก็เลยบอกไปว่าเอาแค่ ค่ารถ 60บาท ตามในแอพแจ้งก็พอครับ
สีหน้าแววตาน้องหลังจากนั้น ดูมีความหวัง ตาเป็นประกายและสีหน้าดีใจขึ้นมาทันที น้องขอบคุณผมอย่างไม่ลังเลหลายครั้ง แล้วผมก็อวยพรให้น้องเดินทางปลอดภัยและอย่าไว้ใจหรือเชื่อใจใครเป็นอันขาด ต่อให้คนนั้นเป็นเพื่อนก็ตาม!! น้องขอบคุณอีกครั้งและจัดไป ผมก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ของผมต่อไป..
แต่ แต่ แต่..!! เชื่อไหมหลังจากนั้นประมาณสามวัน เป็นครั้งแรกของการใช้แอพพลิเคชั่นวิ่งรถ ที่มีผู้โดย สารเก่า ที่เราเคยโดยสารมาแล้ว โทรมาหาเราสายแรก แต่ผมกำลังขนส่งผู้โดยสารจึงไม่ได้รับ เข้าผมเสร็จหน้าที่เค้าก็โทรมาอีกผมเลยได้กดรับสาย ในสายเป็นเสียงผู้ชาย
ผม: สวัสดีครับ ใครเหรอครับ
ผู้ชายในสาย: ผมเป็นแฟนน้องผู้หญิง ที่พี่ช่วยที่พัทยาหลายวันก่อนครับ ผมขอบคุณพี่มากๆนะครับ
ผม: อ้ออออ ไม่เป็นไรครับพี่ ยินดีครับ สู้สู้นะครับ ขอให้ทุกคนปลอดภัยครับ แล้วก็อย่าไปเชื่อใจใครง่ายๆนะครับ ดูแลตัวเองด้วยครับ /ขอบคุณครับ






