ใจไม่ดำแต่จำไม่ลืม
ใจไม่ดำแต่จำไม่ลืม #ขึ้นฟีดเถอะ #อย่าปิดกั้นการมองเห็น #สตอรี่ความรู้สึก
ประโยค “ใจไม่ดำแต่จำไม่ลืม” สำหรับเรามันไม่ใช่การอาฆาตนะ มันคือการยอมรับว่าเคยเจ็บจริง และสมองมันบันทึกไว้เอง บางครั้งคนอื่นอาจมองว่าเรา “ไม่ยอมลืม” แต่ความจริงคือเราแค่ยังไม่เคลียร์กับความรู้สึกในวันนั้น เราเคยอยู่ในจุดที่แบบ…คนอย่างกูไม่ได้อยากร้ายกับใครเลย แต่อะไรที่มันทำให้เสียศักดิ์ศรี เสียความไว้ใจ หรือถูกทำให้รู้สึกเล็กลง มันฝังอยู่ลึกมาก พอเวลาผ่านไปก็ไม่ได้เกลียดนะ แค่จำได้ละเอียด และพอเจอเหตุการณ์คล้ายๆ เดิม ใจมันจะตึงทันที เหมือนร่างกายเตือนว่า “อย่ากลับไปเจ็บซ้ำ” สิ่งที่ช่วยเราได้จริงๆ คือแยกให้ชัดว่า “จำ” กับ “จม” มันคนละเรื่อง การจำคือบทเรียน ส่วนการจมคือการเอาตัวเองไปทรมานซ้ำ เราเริ่มจากการเขียนสิ่งที่เกิดขึ้นแบบสั้นๆ แล้วตอบตัวเอง 3 ข้อ 1) เราเสียอะไรไปจากเรื่องนั้น 2) เราได้เรียนรู้อะไร (แม้จะเป็นบทเรียนที่ไม่น่าจดจำ) 3) ครั้งหน้าเราจะปกป้องตัวเองยังไง อีกอย่างที่สำคัญคือ “ขอบเขต” ถ้ารู้ว่าเจอคนเดิม/สถานการณ์เดิมแล้วใจมันพัง ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนเข้าไปพิสูจน์ความเข้มแข็งของตัวเอง เราเลือกถอยได้ เลือกเงียบได้ และเลือกไม่ให้สิทธิ์ใครมาทำซ้ำได้ ถ้ายังมีภาพจำเด้งขึ้นมาเรื่อยๆ เราใช้วิธีง่ายๆ คือหายใจลึกๆ แล้วบอกตัวเองว่า “ตอนนี้เราปลอดภัยแล้ว” จากนั้นดึงสมาธิกลับมาที่ปัจจุบัน เช่น ทำอะไรเล็กๆ ให้จบสักอย่าง อาบน้ำ จัดโต๊ะ ฟังเพลง หรือเดินออกไปซื้อกาแฟ เหมือนพาใจออกจากวงวนความคิด สุดท้ายอยากบอกว่า การที่เราจำไม่ลืม ไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนใจดำเลย มันแปลว่าเราเป็นคนที่เคยรู้สึกสุดจริงๆ และกำลังเรียนรู้ที่จะอยู่กับความทรงจำนั้นแบบไม่ให้มันคุมชีวิตเรา