Automatically translated.View original post

Rip. The ears are folded.

2/3 Edited to

... Read moreสำหรับคนที่ค้นหา “เจ้าหูพับ” หรือ “พลายสีดอหูพับ” แล้วอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เราเองก็เป็นหนึ่งคนที่ตามข่าวแล้วรู้สึกจุกมาก ภาพที่เห็นติดตาคือบรรยากาศตอนกลางคืนที่มีคนหลายคน มีเชือก รถแทรกเตอร์ และกรงไม้ เหมือนเป็นการขนย้าย/ผลักดันช้างป่าแบบเร่งรีบ ซึ่งสำหรับคนดูอย่างเรา มันไม่ใช่แค่ “ข่าว” แต่เป็นความรู้สึกว่าชีวิตหนึ่งกำลังถูกต้อนให้จนมุม สิ่งที่ทำให้เรื่องของหูพับสะเทือนใจคือ คำว่า “หนีไปให้ไกลจากมนุษย์สุดแสนใจร้าย” มันสรุปความเจ็บปวดของสัตว์ป่าได้หมดเลย ช้างป่าไม่ได้อยากเข้ามาใกล้คนเสมอไป หลายครั้งเป็นเพราะป่าแตกเป็นหย่อมๆ แหล่งน้ำ/อาหารเปลี่ยน เส้นทางเดินเดิมถูกตัดด้วยถนนหรือพื้นที่เกษตร แล้วสุดท้ายความขัดแย้งคน-ช้างก็ปะทุ ถ้าคุณสงสัยว่า “หูพับ” คือใคร—จากที่คนพูดถึงกัน ชื่อ “หูพับ” มักใช้เรียกช้างเพศผู้ (พลาย) ที่มีลักษณะใบหูพับเป็นเอกลักษณ์ เลยจำกันได้ง่าย และชื่อ “สีดอ” ก็เป็นชื่อที่หลายพื้นที่ใช้เรียกช้างพลายเช่นกัน จึงมีคนเรียก “พลายสีดอหูพับ” ควบไปในกระแสเดียวกัน อีกจุดที่เห็นในภาพคือการอ้างถึง “สถานีวิจัยสัตว์ป่าภูหลวง” ทำให้หลายคนโยงถึงการทำงานของหน่วยงานและพื้นที่ป่าแถบนั้น เราไม่อยากสรุปแทนใคร แต่ในฐานะคนติดตาม เราอยากชวนให้มองว่า การจัดการช้างป่าควรยืนอยู่บนหลักสวัสดิภาพสัตว์และความปลอดภัยของคนพร้อมกัน ไม่ใช่การไล่ ต้อน หรือทำให้ช้างเครียดจนเกิดอันตรายทั้งต่อช้างและเจ้าหน้าที่ ถ้าอยากช่วยในทางที่ทำได้จริง (แบบคนทั่วไปทำได้) เราแนะนำ 3 อย่างนี้ 1) ติดตามข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือก่อนแชร์ เพื่อลดข่าวลือที่ทำร้ายคนทำงานและทำให้ประเด็นหลุดโฟกัส 2) สนับสนุนกลุ่ม/มูลนิธิที่ทำงานเรื่องคน-ช้าง เช่น รั้วผึ้ง/ระบบเตือนภัยช้าง/ฟื้นฟูแหล่งน้ำในป่า (เลือกที่โปร่งใส) 3) ถ้าอยู่ใกล้พื้นที่ช้างออก อย่าเข้าไปถ่ายใกล้ๆ ไม่ขับไล่ ไม่เปิดไฟแรงหรือบีบแตร เพราะความตกใจทำให้เกิดเหตุรุนแรงได้ สุดท้าย อยากบอกว่า ต่อให้เราไม่รู้รายละเอียดทุกวินาทีของเรื่อง “เจ้าหูพับ” แต่ความรู้สึกสูญเสียมันจริงมาก ขอให้หูพับได้ “ไปอยู่บนดาวช้าง” อย่างที่หลายคนเขียนไว้—ที่ที่ไม่มีใครคอยไล่คอยทำร้ายอีกแล้ว และขอให้เรื่องนี้ทำให้การจัดการช้างป่าถูกทบทวนอย่างจริงจังสักที