Rev Breakdown Ep.1 Amazon ได้เงินจากอะไรบ้าง?

รู้ไหมว่า Amazon ที่เราใช้ซื้อของทุกวัน เป็นแค่ 37% ของรายได้ทั้งหมด?

อีก 63% มาจาก AWS, Ads, Prime และอีกเพียบ

ถ้าอยากเข้าใจว่า Amazon หาเงินยังไงจริงๆ ดู Breakdown ในสไลด์เลย 👆

📊 Full Year 2025

💰 รวม $716.9 Billion

*เป็นเพียงการศึกษาไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน*

#หุ้น #amazon #หุ้นอเมริกา #ลงทุน #หุ้นต่างประเทศ

4/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเวลาเสิร์ชคำว่า “ธุรกิจ Amazon” หลายคนอยากรู้ภาพรวมว่า Amazon ทำเงินจากอะไร และทำไมถึงโตได้ต่อเนื่อง ทั้งที่คนส่วนใหญ่เห็นแค่เว็บขายของอย่างเดียว จากที่ผมไล่ดูโครงสร้างรายได้แล้ว จะเห็นว่า Amazon เป็นเหมือน “อีโคซิสเต็ม” ที่มีหลายเครื่องยนต์ช่วยกันหมุน ไม่ได้พึ่งยอดขายสินค้าอย่างเดียว 1) Online Stores (ร้านค้าออนไลน์) — ประมาณ 37.6% อันนี้คือรายได้จากการขายของแบบ Amazon เป็นคนขายเอง (1P) เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ของใช้ในบ้าน ดีลโปรฯ ต่างๆ จุดสำคัญคือรายได้ส่วนนี้ใหญ่ แต่การแข่งขันสูง และต้นทุนโลจิสติกส์/คลังสินค้าเยอะ ทำให้คนชอบเข้าใจว่า “รายได้เยอะ = กำไรเยอะ” ซึ่งไม่จำเป็นเสมอไป 2) Third-Party Seller Services — ประมาณ 24.0% นี่คือหัวใจที่หลายคนมองข้าม: Amazon เก็บเงินจาก “ผู้ขายบนแพลตฟอร์ม” ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมการขาย ค่าคอมมิชชั่น ค่าบริการ Fulfillment by Amazon (FBA) ค่าเก็บ/แพ็ก/ส่ง รวมถึงบริการเครื่องมือใน Seller Central พูดง่ายๆ คือให้คนอื่นมาขาย แล้ว Amazon เก็บค่าบริการเป็นระบบ นี่คือโมเดลแพลตฟอร์มที่สเกลได้ดีมาก 3) AWS (Amazon Web Services) — ประมาณ 18.0% AWS คือธุรกิจคลาวด์ (ศูนย์ข้อมูล เซิร์ฟเวอร์ ฐานข้อมูล AI ฯลฯ) ที่องค์กรจำนวนมากใช้รันเว็บไซต์และแอป จุดที่น่าสนใจคือ AWS มักถูกพูดถึงในมุม “ทำกำไร” มากกว่ายอดขาย เพราะเป็นบริการดิจิทัลที่มาร์จิ้นดีกว่าค้าปลีกทั่วไป ใครอยากเข้าใจธุรกิจ Amazon จริงๆ ผมว่าต้องรู้จัก AWS ไว้เลย 4) Advertising Services (โฆษณา) — ประมาณ 9.6% เวลาเราค้นหาสินค้าบน Amazon แล้วเจอคำว่า Sponsored โผล่ก่อน นั่นคือรายได้โฆษณา แบรนด์จ่ายเพื่อให้สินค้าเห็นเด่นขึ้น ยิ่งคนค้นหาใน Amazon ด้วยเจตนาจะซื้ออยู่แล้ว โฆษณายิ่ง “คอนเวิร์ต” ได้ดี ทำให้โฆษณากลายเป็นอีกเครื่องยนต์ที่โตแรง 5) Subscription Services (เช่น Prime) — ประมาณ 6.9% Prime ไม่ได้มีแค่ส่งฟรี แต่รวม Prime Video, สิทธิพิเศษดีล, บริการดิจิทัลอื่นๆ รายได้แบบสมาชิกช่วยให้ธุรกิจมีความสม่ำเสมอ และยังดันให้คนซื้อซ้ำบ่อยขึ้นด้วย 6) Physical Stores (ร้านค้าจริง) — ประมาณ 4% (เช่น Whole Foods) เป็นสัดส่วนไม่ใหญ่มาก แต่ช่วยให้ Amazon มีฐานในออฟไลน์ ทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต/ร้านค้าจริง และต่อยอดเรื่องโลจิสติกส์กับพฤติกรรมผู้บริโภค 7) Other Services — ประมาณ 0.8% กลุ่ม “อื่นๆ” เช่น Amazon One (จ่ายเงินด้วยฝ่ามือ) หรือบริการใหม่ๆ ที่กำลังทดลอง สรุปแบบบ้านๆ: ธุรกิจ Amazon คือการเอา “แพลตฟอร์ม + โลจิสติกส์ + คลาวด์ + โฆษณา + สมาชิก” มาหนุนกัน ใครกำลังศึกษาเพื่อทำความเข้าใจบริษัทหรือวิเคราะห์หุ้น ลองดูสัดส่วนรายได้ควบคู่กับเหตุผลของแต่ละเครื่องยนต์ จะเห็นภาพชัดขึ้นมากครับ (เพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน)