อัปเดตอาการหุ้นกลุ่ม Luxury ตอนนี้เป็นไง?

มีเหตุผลระยะสั้นที่คนพูดถึงกันเยอะ

จีนชะลอ, กลุ่มคนที่ซื้อของหรูเพื่ออยากมีบ้างหายไป

และกระแสใช้จ่ายหลัง COVID ก็หมดแรงแล้ว

แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่ลึกกว่า และอาจไม่ได้กลับมาเหมือนเดิม

คนรุ่นใหม่ที่เริ่มมีเงิน ไม่ได้อยากอวดกระเป๋าแล้ว

เขาอยากอวดว่าไปดู Taylor Swift มา

ไปนอน villa กลางทะเล หรือเป็นสมาชิก

คลินิกดูแลสุขภาพที่คนทั่วไปเข้าไม่ถึง

Bain รายงานปี 2025 ว่าการใช้จ่ายด้านประสบการณ์โต

ขณะที่ของหรูทั่วไปหดตัว และกว่า 70% ของคนรวย

บอกว่าตอนนี้ให้ค่ากับประสบการณ์มากกว่าสิ่งของแล้ว

กระเป๋า Hermès ยังดูขายได้ เพราะมันหายาก มี waitlist

และกลายเป็นของสะสมที่มีมูลค่าเอง

แต่กระเป๋าแบรนด์ที่เห็นกันทั่วไป ในยุคที่ "ไปไหนมา"

สำคัญกว่า "ถือกระเป๋าอะไร" มันตอบโจทย์น้อยลงทุกปี

#หุ้น #ลงทุน #หุ้นต่างประเทศ #luxury #lvmh

6/14 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว การลงทุนหุ้นในกลุ่มสินค้าหรูในช่วงหลังโควิดเริ่มแสดงสัญญาณเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ผู้บริโภครุ่นใหม่ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมจากการซื้อของหรูมาเป็นการลงทุนกับประสบการณ์ชีวิตแทน เช่น การเข้าร่วมคอนเสิร์ตดัง ๆ หรือการพักผ่อนในรีสอร์ตหรูที่สร้างความทรงจำมากกว่าจะซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ ๆ นอกจากนี้ยังพบว่าหุ้นของแบรนด์สินค้าหรูระดับสูง เช่น Hermès ยังคงมีเสถียรภาพดี เนื่องจากสินค้าบางรุ่นยังคงเป็นที่ต้องการสูงและมีลิสต์รอซื้อ (waitlist) ซึ่งทำให้สินค้ากลายเป็นของสะสมที่มีมูลค่าขึ้นเอง แต่อย่างไรก็ตามสำหรับแบรนด์อื่น ๆ ที่เน้นสินค้าที่ง่ายต่อการเข้าถึงเห็นได้ชัดว่ากำไรและราคาหุ้นอาจลดลงตามแนวโน้มความต้องการที่ลดน้อยลง รายงานจาก Bain ในปี 2025 ยังชี้ให้เห็นว่ากว่าร้อยละ 70 ของผู้มีรายได้สูงเริ่มให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากกว่าสินค้าฟุ่มเฟือยชนิดเดิม นี่จึงเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่จะปรับพอร์ตหุ้นเข้าสู่ธุรกิจที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์และประสบการณ์ เช่น บริการโรงแรม ร้านอาหาร หรือคลินิกดูแลสุขภาพที่มุ่งเป้าสู่กลุ่มลูกค้าพรีเมียม การติดตามการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภครุ่นใหม่และการวิเคราะห์แนวโน้มราคาหุ้นแต่ละแบรนด์อย่างเชิงลึกจะช่วยให้นักลงทุนมีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะโลก Luxury ไม่ได้หยุดนิ่งและต้องพร้อมยอมรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดในยุคนี้