Automatically translated.View original post

What 80% of traders miss.

80% of the people who trade lose are not bad.

But because of the lack of this, the Trade Journal 👇

What to get from this post

- What is a Trade Journal (not just a profit-loss account)

- 6 Checklists to do before pressing Buy every time

- 3 Step record trade from pre-entry to close position

- Template sample when we record the trade

No one Win every trade.

But a good Trader knows the reasons for every trade that enters will make him better and better. 👍🏼

* Educational information only, not investment advice *

# Trade # Invest # Stock # Foreign investment # trader

7/6 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ส่วนตัวในการเทรดหุ้น ผมพบว่า Trade Journal คือกุญแจสำคัญที่ช่วยปรับปรุงการเทรดของตัวเองอย่างเห็นผลมากที่สุด ก่อนหน้านี้ผมก็เหมือนกับหลายๆ คนที่เทรดแบบหวังพึ่งโชคและอารมณ์ ทำให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาด เช่น ซื้อทันทีเพราะกลัวพลาด จนขาดการวางแผนที่ดีหรือกำหนดจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) อย่างชัดเจน เมื่อเริ่มจดบันทึก Trade Journal ผมจะใส่รายละเอียดตั้งแต่เหตุผลที่เข้าทำเทรดว่าทำไมถึงเลือกซื้อหุ้นตัวนี้ ระบุจุดเข้าสัญญาณ ราคาเป้าหมาย (Take Profit) และ Stop Loss พร้อมกับคำอธิบายสั้นๆ ถึงสถานการณ์ตลาดและรูปแบบกราฟ ณ ขณะนั้น เช่น Breakout หรือ Pullback การเห็นภาพทั้งหมดนี้ช่วยให้เข้าใจว่าการที่เทรดนั้นชนะหรือแพ้ไม่ได้มาจากโชคช่วย แต่เป็นผลสืบเนื่องจากการวางแผนอย่างมีระบบ การใช้ Checklist ก่อนกด Buy เช่น ตรวจสอบเทรนด์ภาพรวม กำหนด Risk:Reward อย่างน้อย 1:3 ทำให้ผมมีความมั่นใจในการเข้าสถานะมากขึ้น และสามารถจัดการความเสี่ยงได้ดีขึ้น หลังปิดการเทรด ผมจะย้อนกลับไปดูว่าเหตุการณ์จริงเป็นไปตามที่คาดหวังไหม เช่นถ้าแพ้เกิดจากอะไร เช่น false breakout หรือปัจจัยอื่นๆ แล้ววางแผนว่าครั้งถัดไปจะปรับกลยุทธ์อย่างไร การทำเช่นนี้อย่างต่อเนื่องช่วยให้ผมเรียนรู้ได้เร็วขึ้น ปรับปรุงเทคนิคและลดความผิดพลาดซ้ำเดิมๆ สรุปคือ Trade Journal ไม่ใช่แค่บันทึกกำไรหรือขาดทุน แต่คือบันทึกการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างเป็นระบบ เหมือนมีผู้ช่วยที่คอยเตือนสติและชี้จุดที่ควรปรับปรุง ซึ่งสุดท้ายจะช่วยให้เป็นเทรดเดอร์ที่เก่งและมีโอกาสประสบความสำเร็จในตลาดหุ้นมากขึ้นอย่างแท้จริง