ภาวะออทิสติก (ASD)

#รีแคป2025

หลายๆคนน่าจะเคยได้ยินคำพูด

ที่คุณหมอและนักวิชาชีพพูดเสมอว่า

"ออทิสติกพัฒนาได้"

เป็นคำกล่าวที่จริงค่ะ

และเห็นได้เชิงประจักษ์...

เมื่อเด็กออทิสติก ถูกเข้าใจภาวะของตัวโรค

ที่พฤติกรรมต่างๆ ไม่ได้มาจากจิตใจ

เพียงอย่างเดียว

แต่สะท้อนสัญญาณการทำงานของสมอง

และ ทำให้เรารู้ว่า

สมองของเด็กๆทำงานอยู่

แต่มีการทำงาน

ที่แตกต่างออกไป....

จึงจะทำให้เด็กๆ

ได้รับการรักษาทางหลัก

ที่จำเป็นสำคัญ ในช่วงวัย

ที่ยังมีโอกาสทอง

(ช่วงที่สมองกำลังพัฒนา)

การประเมินเพื่อการรักษา

และวางแผนการรักษาร่วมกับ

ครอบครัวและบริบทของเด็ก

ถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้การ

พัฒนาศักยภาพเป็นไปในทางที่ดีขึ้น

🩷ความเข้มแข็งของครอบครัว

จึงเป็นก้าวต่อไป.. ของเด็กๆ

ในพื้นที่ที่กว้างขึ้น บนโลกใบนี้/ไทนี่ เอเบิ้ล คลินิกกิจกรรมบำบัด

#ครูปิ่นนักกิจกรรมบำบัด

#นักกิจกรรมบำบัดเด็กสัตหีบ

#พัฒนาการเด็กสัตหีบ

#ไทนี่เอเบิ้ลคลินิกกิจกรรมบำบัด

#สมวัยไปกันต่อ

#กระตุ้นพัฒนาการเด็ก

2025/12/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าเพิ่งได้ยินคำว่า ASD (Autism Spectrum Disorder) แล้วกำลังสงสัยว่า “asd คืออะไร” หรือ “asd คือโรคไหม” ฉันขอเล่าแบบภาษาคนในบ้านที่เจอบ่อยเวลาให้คำปรึกษาครอบครัวนะคะ ASD คือ “ภาวะความแตกต่างของพัฒนาการด้านสังคม-การสื่อสาร และพฤติกรรม/ความสนใจที่ค่อนข้างจำกัดหรือทำซ้ำ” คำว่าเป็น “โรค” ไหม…โดยทางการแพทย์จัดเป็นความผิดปกติทางพัฒนาการของระบบประสาท (neurodevelopmental) มากกว่าจะเป็นโรคติดเชื้อหรือโรคที่กินยาแล้วหายขาดทันที จุดสำคัญคือเด็กจำนวนมาก “พัฒนาได้” เมื่อได้รับความเข้าใจและการช่วยเหลือที่เหมาะสม แล้ว “asd อาการ” ที่มักทำให้ผู้ปกครองเริ่มสงสัยมีอะไรบ้าง? - ด้านการสื่อสาร: เรียกชื่อแล้วไม่หัน สบตาน้อย ชี้บอกความต้องการไม่ค่อยเป็น พูดช้าหรือพูดเป็นคำซ้ำๆ สนทนาโต้ตอบยาก - ด้านสังคม: เล่นคนเดียว ไม่ค่อยเล่นสมมติ เข้าใจอารมณ์คนอื่นยาก ไม่รู้วิธีเข้าหาเพื่อน - พฤติกรรม/ความสนใจแบบจำกัด: ติดกิจวัตร เปลี่ยนแปลงแล้วงอแง หมุนของ/เรียงของ สนใจเรื่องเดิมซ้ำๆ หรือไวต่อเสียง/แสง/สัมผัส (sensory) คำถามยอดฮิตอีกอันคือ “ออทิสติกมีกี่ประเภท” ปัจจุบันแนวทางสากลมักใช้คำว่า “สเปกตรัม” เพราะความสามารถและความยากของแต่ละคนอยู่คนละตำแหน่งบนเส้นเดียวกัน แทนการแบ่งเป็นหลายชนิดชัดๆ สิ่งที่เราพูดถึงมากขึ้นคือ “ระดับความต้องการการสนับสนุน” (ต้องช่วยน้อย-ปานกลาง-มาก) และจุดเด่น/จุดยากเฉพาะบุคคล แล้ว “Asperger syndrome คืออะไร” หลายบ้านคุ้นคำนี้มากค่ะ เดิมใช้เรียกกลุ่มที่สติปัญญาและภาษาพอใช้ได้ แต่ยากเรื่องสังคมและความยืดหยุ่น ปัจจุบันมักถูกรวมเป็น ASD เหมือนกัน แปลว่าเด็ก/ผู้ใหญ่บางคนอาจไม่ได้ถูกเรียก Asperger แล้ว แต่แนวทางช่วยเหลือยังเน้นทักษะสังคม การสื่อสาร และการปรับตัวเหมือนเดิม สิ่งที่อยากย้ำจากประสบการณ์ทำงานคือ “Early intervention” สำคัญจริงๆ เพราะช่วงที่สมองกำลังพัฒนา เด็กเรียนรู้เร็ว เรามักเริ่มจากการ “ประเมิน” ให้เห็นภาพรวมก่อนว่าเด็กเด่นอะไร ติดขัดตรงไหน (สื่อสาร การเล่น การช่วยเหลือตัวเอง sensory พฤติกรรม) แล้วค่อยวางแผนบำบัดร่วมกับครอบครัวและบริบทชีวิตจริง เช่น ตารางชีวิตที่บ้าน โรงเรียน และผู้ดูแลที่ทำตามได้ ทริกเล็กๆ ที่บ้านทำได้ระหว่างรอประเมิน/เริ่มบำบัด - เล่นแบบ “รอคิว-ผลัดกัน” วันละสั้นๆ แต่สม่ำเสมอ เพื่อฝึกโต้ตอบ - ลดคำสั่งยาวๆ ใช้ประโยคสั้น ชัด พร้อมท่าทาง/ภาพช่วย - เสริมการสื่อสารด้วยการชี้ รูปภาพ หรือคำง่ายๆ ให้เด็ก “ขอ” ได้แทนการร้องไห้ - สังเกตสิ่งกระตุ้น sensory (เสียงดัง เสื้อผ้าคัน แสงจ้า) แล้วปรับสภาพแวดล้อมก่อนตำหนิพฤติกรรม สุดท้าย ต่อให้ผลประเมินออกมาเป็น ASD ก็ไม่ได้แปลว่า “อนาคตแย่” เลยค่ะ หลายคนไปได้ไกลมากเมื่อได้โอกาสที่เหมาะสม และกำลังใจ/ความเข้มแข็งของครอบครัวนี่แหละคือแรงหนุนสำคัญที่สุด