✨ ทําไมเราถึงเลือกใช้ make max ✨

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เเอป makebykbank เปิดตัว 2 tier ใหม่ นั่นก็คือ make more กับ make max 🤩

ตอนแรก เราก็เฉยๆ แต่ไปๆมาๆก็อยากลอง เลยเริ่มต้นใช้ make max ฟรี 14 วัน 🗣️ตอนนี้ แพ็คเกจรายปีของ make max จะตกอยู่ที่ 590 บาทสำหรับปีแรก

หลังจากใช้มาสักพัก เราเลยอยากมารีวิวจุดเด่นและประโยชน์ของ make max เผื่อเพื่อนๆกําลังพิจารณา🤔

☁️ พอเข้าแอปมา เราจะสามารถเลือกธีมน่ารักๆได้เพื่อให้แต่ละวันที่ใช้แอปนี้รู้สึกสดใสขึ้น มีธีมโดยเฉพาะของ make more กับ make max ด้วยนะ

☁️ เราพึ่งมาลองใช้ฟีเจอร์ to-do list ดู รู้สึกถูกใจมากเพราะเราสามารถตั้งแต่ละ task เป็นครั้งเดียวหรือเป็นรายเดือนก็ได้ ทางแอปก็จะเตือนเราให้ทําสิ่งๆนั้นตอนเช้าของวันนั้น

☁️ ฟีเจอร์โปรดของเราคือการจัด cloud pocket เข้าโฟลเดอร์ เพราะแต่ก่อนมี cloud pocket เยอะมากจนกระจัดกระจายไปหมด เลยแอบหวังลึกๆว่าจะมีฟีเจอร์ที่ช่วยจัดให้เป็นระเบียบมากขึ้น และวันนั้นก็มาถึง

☁️ การเปลี่ยน background ของ cloud pocket ให้เป็นคําขวัญประจําใจเกี่ยวกับการใช้เงินช่วยเตือนสติเรามากขึ้น พิกัดแจก wallpaper/background ฟรีจากเฟสบุ๊ค makebykbank

☁️ สุดท้ายนี้ เราสามารถเลือกหมวดหมู่ที่ทางแอปคิดไว้ให้แล้วว่าคนส่วนใหญ่น่าจะใช้บ่อย โดยสามารถเลือกไอคอนและเปลี่ยนสีได้ด้วย ถ้าไม่มีหมวดหมู่ที่ถูกใจหรือตรงกับที่เราต้องการ ก็สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้

ทั้งนี้ เราเลือก make max เพราะว่าอยาก support ทีม @MAKE by KBank ที่ช่วยให้เรามีวินัยในการบริหารเงินที่ดีขึ้น และเราก็น่าจะมีจํานวนหมวดหมู่และรายการ to-do list มากกว่าที่ make more กำหนด เลยตัดสินใจใช้ make max ไปเลย ⚡️

แล้วเพื่อนๆมีใครสนใจหรือกําลังใช้ make max ไหมคะ มาแชร์กันได้นะ 🤗

#makebykbank #ป้ายยากับlemon8 #แอปดีบอกต่อ #เก็บเงินยังไงดี #รีวิวMAKEMax

2025/10/1 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครกำลังชั่งใจเรื่อง make max by KBank เราขอสรุปจากมุม “คนใช้จริง” แบบอ่านจบแล้วตัดสินใจได้ง่ายขึ้น โดยโฟกัส 2 เรื่องที่คนค้นหาบ่อยสุดคือ ราคา และคุ้มไหม 1) make max ราคาเท่าไหร่? คิดยังไงให้คุ้ม จากที่เราซื้อ แพ็กเกจรายปีของ make max ปีแรกอยู่ที่ 590 บาท (เฉลี่ยแล้วตกเดือนละประมาณไม่ถึง 50 บาท) วิธีคิดของเราคือ ถ้าใช้ฟีเจอร์ที่ช่วย “จัดระเบียบเงิน” และ “เตือนวินัย” ได้จริง อย่างน้อยเดือนละไม่กี่ครั้ง แล้วทำให้เราคุมค่าใช้จ่าย/เก็บเงินได้ดีขึ้น มันคุ้มกว่าค่ากาแฟหนึ่งแก้วมากๆ แต่ถ้าใช้แค่โอนเงิน-ดูยอดแบบพื้นฐาน อาจยังไม่จำเป็นต้องอัปก็ได้ 2) ฟีเจอร์ไหนทำให้รู้สึกว่าคุ้ม (จากพฤติกรรมเรา) - ธีมสวยๆ เปลี่ยนได้: อาจดูเล็กน้อย แต่สำหรับเราเป็นแรงจูงใจให้ “อยากเปิดแอป” บ่อยขึ้น ยิ่งมีธีมเฉพาะของ make more/make max ก็เหมือนได้ความพรีเมียมเล็กๆในทุกวัน - To‑Do List: เราชอบที่ตั้งได้ทั้งงานครั้งเดียวและงานทำซ้ำ (รายเดือน) แล้วแอปจะเตือนตอนเช้า เหมาะมากกับคนที่ตั้งใจจะมีวินัยการเงิน เช่น เตือน “ออมเงินเข้ากระเป๋าเงินฉุกเฉิน”, “เช็กบิลบัตรเครดิต”, “สรุปรายจ่ายสิ้นเดือน” - Cloud Pocket จัดเป็นโฟลเดอร์: อันนี้ช่วยชีวิต เพราะพอเรามีกระเป๋าย่อยเยอะๆ (เงินฉุกเฉิน/เที่ยว/ของขวัญ/ลงทุน ฯลฯ) ถ้าไม่จัดจะรกมาก การแยกเป็นโฟลเดอร์ทำให้หาเร็วและเห็นภาพเป้าหมายชัดขึ้น - เปลี่ยนพื้นหลัง Cloud Pocket เป็นคำขวัญ/วอลเปเปอร์: เราใช้เป็นประโยคเตือนใจเรื่องการใช้เงิน ทำให้ก่อนกดใช้/โอน จะชะงักคิดนิดนึง (ใครชอบแนวนี้ไปหาพื้นหลังฟรีจากช่องทางของ make by KBank ได้) - หมวดหมู่ปรับเองได้: ดีตรงที่เลือกไอคอน เปลี่ยนสี หรือสร้างหมวดใหม่ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์เรา เช่น “คอร์สเรียน”, “สุขภาพ”, “ของใช้บ้าน” ทำให้สรุปรายจ่ายอ่านง่ายขึ้น 3) เหมาะกับใคร/ไม่เหมาะกับใคร เหมาะกับคนที่มีหลายเป้าหมายการเงิน, ชอบแยกเงินหลายกระเป๋า, ต้องการระบบเตือนด้วย to‑do list และอยากจัดระเบียบ Cloud Pocket ให้เป็นหมวดหมู่ชัดๆ อาจไม่เหมาะถ้าคุณใช้แอปแค่โอน-จ่ายทั่วไป และไม่ค่อยใช้ฟีเจอร์เสริม เพราะความคุ้มของ make max จะเกิดเมื่อ “เราใช้งานจริง” ถ้าจะลอง เราแนะนำเริ่มจากช่วงทดลองใช้ฟรีก่อน แล้วสังเกตตัวเองว่าได้ใช้ to‑do list และจัด Cloud Pocket เป็นโฟลเดอร์บ่อยแค่ไหน ถ้าใช้แล้วชีวิตการเงินเป็นระบบขึ้นจริง ค่อยตัดสินใจจ่ายรายปีจะสบายใจกว่า

ค้นหา ·
รีวิวmakemax

4 ความคิดเห็น

รูปภาพของ พลอยยย :)
พลอยยย :)

ทำไมของเค้าตัดเงินไม่ได้อ่า ทั้งๆที่หักเงินจากทรูมันนี่ไปแล้ว🥹

ดูเพิ่มเติม(1)
รูปภาพของ soso "🍓🎪⛩️"
soso "🍓🎪⛩️"

แงงเสียป็นรายเดือนหรือรายปีหรอคะตัดเงินจากอะไรหรอคะ🥺เราสนใจว่าจะสมัครอยู่ค่ะ

ดูเพิ่มเติม(1)