ออมเงิน/ลงทุนยังไงให้เกษียณอย่างมีความสุข 👵🏻

นี่จะเป็นโพสต์ที่สามของซีรีย์รีวิว The Art of Happy Money ที่ทาง SET ได้นำเสนอผ่านงานของศิลปินรุ่นใหม่ทั้ง 5 คน โดยวันนี้ เราจะมาเรียนรู้การจัดการเงินให้ครอบครัว จากคู่มือ Retire Happily (credit: คุณนิวัต ภัณฑวณิช หรือ AbigBurger) 🗣️

👵🏻 เงินทั้ง 3 ก้อน:

1. คํานวนเงินที่ต้องใช้หลังเกษียณ: จํานวนเงินที่ควรจะมี ณ วันเกษียณ = ค่าใช้จ่ายต่อปีที่ต้องการใช้ * 70% * จํานวนปีที่คาดว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณ

2. คํานวนเงินออมที่มีเพื่อวัยเกษียน: กองทุนประกันสังคม PVD RMF เงินฝาก เงินลงทุน ประกันชีวิตสะสมทรัพย์

3. คํานวนเงินที่ต้องออมเพิ่ม = ข้อ 1 - ข้อ 2

👵🏻 วางแผนการเงิน: รู้จักความเสี่ยงที่เรายอมรับได้จากการลงทุน และ ผลตอบแทนต่อปี (%) ที่เราอยากได้จากการลงทุน

👵🏻 ปัจจัยที่มีผลต่อเงินเกษียณ: จํานวนทรัพย์สิน/หนี้สิน รายได้ การใช้จ่ายว่าจะใช้เงินหลังเกษียณหมดเร็วเท่าไหร่

👵🏻 เงิน 3 ถัง:

1. ถังเงินสดระยะสั้น (1-2 ปีแรกหลังเกษียณ): กองทุนตลาดเงิน/เงินฝากดอกเบี้ยสูง

2. ถังเติมเงินระยะกลาง (3-5 ปีของการเกษียณ): หุ้นกู้ REITs หรือประกันชีวิตแบบบำนาญ

3. ถังรักษาคุณภาพชีวิตระยะยาว (10 ปีขึ้นไป): หุ้น

👵🏻 ทางเลือกการลงทุน:

1. พันธบัตร/หุ้นกู้: มีสิทธิ์เป็นเจ้าหนี้ รอรับดอกเบี้ยเป็นค่าตอบแทนตามงวดที่กําหนดไว้

2. สลากออมทรัพย์: ฝากเงินแถมลุ้นโชครับดอกเบี้ยตามเงื่อนไขเมื่อถืออายุสลาก

3. กองทุนรวม/หุ้น: เงินเติบโตผ่านมืออาชีพ/บางกองทุนมีการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ

แล้วเพื่อนๆมีความคิดเห็นยังไงกับบทเรียนพวกนี้บ้างคะ มาแชร์ประสบการณ์กันได้ใต้คอมเมนต์นะคะ 🤗

#เกษียณรวย #เงินเก็บเกษียณ #เกษียณสุข #วางแผนเกษียณ #ความรู้การเงิน

2 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการวางแผนเกษียณอย่างมีความสุขไม่ได้หมายความแค่เพียงออมเงินให้ครบตามเป้าหมายเท่านั้น แต่เป็นการจัดการเงินอย่างมีแผนและเข้าใจถึงความเสี่ยงรวมทั้งผลตอบแทนจากการลงทุนที่เหมาะสมกับแต่ละระยะเวลาที่แตกต่างกัน ผู้เขียนอยากแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวที่ช่วยให้การวางแผนเกษียณเป็นจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่เริ่มต้น ควรเริ่มจากการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายเพื่อประเมินค่าใช้จ่ายประจำปีและคำนวณเงินที่ต้องใช้หลังเกษียณอย่างชัดเจน ช่วยให้เรารู้ว่าจำเป็นต้องเตรียมเงินเท่าไหร่ (เงินก้อนที่ 1) จากนั้นจึงประเมินทรัพย์สินและเงินออมที่มีอยู่ เช่น กองทุนประกันสังคม เงินลงทุน หรือเงินฝากประจำ (เงินก้อนที่ 2) เพื่อดูว่าจะต้องออมเพิ่มอีกเท่าไหร่ (เงินก้อนที่ 3) การทำแบบนี้จะช่วยให้เห็นภาพรวมและกำหนดเป้าหมายได้ชัดเจนขึ้น การแบ่งเงินเก็บเป็น "เงิน 3 ถัง" มีประโยชน์มากในด้านความปลอดภัยและการเติบโตของเงินทุน เช่น ถังเงินสดระยะสั้นสำรองไว้สำหรับ 1-2 ปีแรกหลังเกษียณ เพื่อความมั่นคงและสภาพคล่องสูง ถังเงินระยะกลางสำหรับ 3-5 ปี เพื่อใช้ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงปานกลาง เช่น หุ้นกู้ REITs หรือประกันบำนาญ ส่วนนักลงทุนที่มีความอดทนสูงควรเตรียมถังเงินระยะยาวที่วางเงินลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมเพื่อรับผลตอบแทนในระยะยาวที่สูงขึ้น เรื่องความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจ เพราะแต่ละคนมีกำลังรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน ควรประเมินความเสี่ยงและเลือกสินทรัพย์ลงทุนที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง เพื่อไม่ให้เครียดเมื่อตลาดผันผวน นอกจากนี้ อย่าลืมใช้ประโยชน์จากทางเลือกการลงทุนหลากหลาย เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำและให้ผลตอบแทนแน่นอน สลากออมทรัพย์สำหรับผู้ที่ชอบความปลอดภัยและลุ้นโชค และกองทุนรวมหรือหุ้นที่ช่วยให้เงินเติบโตผ่านมือมืออาชีพ และบางกองทุนยังมีการจ่ายปันผลอย่างสม่ำเสมอช่วยสร้างรายได้หลังเกษียณ จากประสบการณ์จริง การเริ่มต้นวางแผนเงินเกษียณตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เวลาเป็นพลังของการทบต้น (compound interest) ทำงานอย่างเต็มที่ และลดแรงกดดันทางการเงินเมื่อเกษียณจริง การมีวินัยในการออมและติดตามแผนอย่างสม่ำเสมอจะทำให้เราบรรลุเป้าหมายได้อย่างมั่นคงและมีความสุขในวัยเกษียณ เพื่อนๆลองนำแนวคิด "เงิน 3 ก้อน" และ "เงิน 3 ถัง" ไปปรับใช้กับแผนการเงินตัวเองนะคะ ลองเริ่มต้นด้วยการประมาณค่าใช้จ่ายและดูเงินออมที่มี แล้ววางแผนลงทุนอย่างชาญฉลาด เพื่อให้วัยเกษียณของเราเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขและมั่นคงจริงๆค่ะ