พรานบ่าวกับหมา
ตอน: เข้าป่า (เหล้าขวดเดียวไม่เคยพอ)
1
ย้อนไปสี่สิบปีก่อน ป่าแถบนี้ยังไม่มีชื่อในกูเกิลแม็ป มีแต่ชื่อในปากชาวบ้าน
“ป่าดงตีนแตก”
ไม่รู้ใครตั้งแต่คนที่เคยเข้าไปแล้วกลับออกมาด้วยขาเดิม มีไม่มาก กลับมาครบเหมือนเดิม ไม่มี
เช้าวันนั้น พรานบ่าวสะพายเป้ผ้าใบสีซีด ที่เคยใช้สมัยสงคราม กับปลากระป๋องมานับไม่ถ้วน ข้างเป้มีขวดเหล้าขาวห้อยแกว่ง ตีกับสะโพกทุกย่างก้าวเหมือนนาฬิกาป ่า กลิ่นฉุนเล็ดลอดออกมาทางลมหายใจ ดูเหมือนพรานบ่าวจะซดไปนิดหน่อยแล้ว เช้านี้ เขาไม่ยึดติดกับเวลา ทุกอย่างโอเพ่นซอร์ด นึกจะกินเวลาไหนก็กิน กินแต่ไม่เมา ถึงจะเมา ก็แค่นอน ไม่วุ่นวายกับใคร ไม่สุงสิงกับใครนานๆ เขาค่อนข้างสันโดษแมน อ้างว้างแมน เลี่ยงคนหมู่มาก เขาไม่ใช่อินโทรเวิร์ด เขาคนธรรมดา พูดคุยกับสัตว์ กับต้นไม้ดีกว่า มันไม่เถียง ถึงจะเถียง เขาก็ฟังไม่รู้เรื่อง เขาคิดอย่างนั้น
ส่วน “หมา” ไม่ใช่หมาธรรมดา แต่เป็นหมาบ้านสีดำขี้สงสัย ชื่อสั้น ๆ ว่า ไอ้ดำ เพราะเจ้าของขี้เกียจคิดชื่อ
ไอ้ดำ หมาขี้เกียจ มันไม่เห่า ไม่หอน ชอบนอนอยู่ใกล้ๆพรานบ่าว เวลาของมันคือเวลากินกับนอนเท่านั้น เรื่องอื่นไอ้ดำไม่สน
ทางเดินคือ ทางป่าโบราณที่ ลึกเข้าไป ห่างจากเมืองพอสมควร เดินลำบาก รกทึบ มีแต่ต้นไม้ใหญ่ มองไม่เห็นดวงอาทิตย์ มีแต่แสงส่องลอดลงมาเป็นลำ
ทางนี้ ไม่ใช่ทางที่คนเดินเยอะ เพราะตอนนั้นมีคนน้อยมากแต่เป็นทางที่ คนเคยเดิน
รอยเท้าเก่ากลายเป็นรอยดินแข็ง ถ้าฝนตก น้ำคงขัง
เถาวัลย์พันเหมือนเชือกผูกอดีต
ต้นไม้สูงใหญ่จนแสงแดดต้องขออนุญาตก่อนจะลอดลงมา ประมาณนั้น
พรานบ่าวเดินไป บ่นไป ดึงขวดเหล้าขาว 35ดีกรี ซดไปทีนึง โยนเม็ดมะม่วงหิมพานต์คั่วใส่ปากเม็ดนึง
เขาซื้อมันมาจากยายข้างบ้าน
“สมัยก่อนนะดำ ป่านี่ของจริง ไม่ใช่แบบเดี๋ยวนี้ เข้าไปเจอร้านกาแฟก่อนเจอเสือ”
ดำไม่ตอบ แต่หางแกว่งเหมือนเห็นด้วยแบบขอไปที แต่ข้องใจทำไมเม็ดมะม่วงไม่เข้าปากมันด้วย
พรานบ่าวหัวเราะหึๆ เหมือนคุยกับป่า ไม่ใช่กับหมา
อยู่ไม่อยู่ ฝนเริ่มโปรยเม็ดแรกลงมาบนใบไม้ เสียงดัง ป๊อก...ป๊อก... เหมือนใครเคาะกะลามะพร้าวจากฟ้า โดยไม่มีอะไรบอกเหตุ
“มาอีกละ ฝนหน้าด้าน” เขาบ่น
ไอ้ดำเงยหน้ามองฟ้า แล้วส่ายหัวเหมือนรู้ล่วงหน้า ว่ามันจะไม่ใช่ฝนธรรมดา
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ป่าทั้งผืนเหมือนโดนเทน้ำจากโอ่งยักษ์
ฝนกระหน่ำจนโลกเหลือแค่สองสี ดำกับเทา
ทางเดินเละเหมือนข้าวต้มลืมปิดแก๊ส
วันแรก…พรานบ่าวยังฮัมเพลงได้
วันที่สอง…เริ่มเงียบ
วันที่สาม…แม้แต่ไอ้ดำก็ไม่เห่า
พอวันที่สี่ เสียงบางอย่างเริ่มแทรกเข้ามาในฝน
ไม่ใช่เสียงน้ำ ไม่ใช่เสียงลม
แต่เหมือนเสียง หายใจ ของอะไรบางอย่าง ที่ใหญ่เกินจะมองเห็น
พรานบ่าวหยุดเดินทันที
“ได้ยินไหมดำ…”
ไอ้ดำขนลุกทั้งตัว หางที่เคยแกว่งกลายเป็นแข็งทื่อเหมือนกิ่งไม้แห้ง
แล้วมันก็โผล่มา
เงาดำยาวเลื้อยผ่านพงหญ้า…ช้าๆ
งูเหลือมตัวใหญ่เท่าท่อนซุง ลายบนตัวเหมือนแผนที่ของป่าที่ไม่มีใครเคยกลับออกมา
มันไม่ ได้เลื้อยหนี…มันเลื้อย วน
วนรอบพรานบ่าวกับไอ้ดำ
“เออ…วันนี้มึงอยากเล่นด้วยเหรอ”
พรานบ่าวค่อยๆ เอามีดออกจากฝัก เสียงเหล็กเสียดสีกับหนัง ฉึก…
แต่ยังไม่ทันได้ขยับ
พื้นดินก็สั่น
ตู้ม!
น้ำป่าทะลักลงมาจากเขา เหมือนฝูงควายบ้าหลุดคอก
ต้นไม้หักเป็นไม้จิ้มฟัน
งูเหลือมหายไปกับกระแสน้ำเหมือนเศษเชือก
“วิ่งไอ้ดำ!!” "โซนไหน เพซไหนก็ได้ ไม่ต้องโซน2นะ"
สองชีวิตพุ่งฝ่าฝน เหยียบโคลนกระเด็นเหมือนโดนสาป
น้ำไล่หลังมาไม่หยุด เหมือนมันมีเจตนา
พอขึ้นที่สูงได้ พรานบ่าวหอบเหมือนคนเพิ่งยืมปอดคนอื่นมาใช้
เขามองกลับไป ขณะยกขวดเหล้าขาวมาจิบ
น้ำยังไหล…แต่แปลก
มันไม่ใช่น้ำใส
มันขุ่น…ดำ…และเหมือนมีอะไร ว่ายสวนกระแสขึ้นมา
ไอ้ดำคำรามต่ำๆ อาการหมาหอบแดก เห็นได้ชัด
ฝนยังไม่หยุด
วันที่ห้า ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง เหมือนลืมปิดวาล์วน้ำ
พวกเขาเจอฝูงแมลงปีกแข็งสีแดงเลือด
บินเป็นก้อนเหมือนควันไฟ แต่กัดทีเหมือนโดนเข็มแทง
พรานบ่าวต้องเอาผ้าชุบน้ำคลุมหน้า ไอ้ดำกระโดดลงโคลนกลบตัวเองทั้งตัว เหลือแค่ตาโผล่เหมือนกบ
“ป่านี่มันไม่เหมือนเดิมแล้วว่ะดำ…แม่มฮาร์ดคอร์ฉิบหาย”
วันที่หก
กลางคืนไม่มีเสียงจิ้งหรีด ไม่มีเสียงกบ
มีแต่เสียงฝน…กับเสียงฝีเท้า
ย่ำ…ย่ำ…ย่ำ…
หนัก…ช้า…และใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
พรานบ่าวไม่ลุกดู
เขาแค่กำมีดแน่นจนมือสั่น
“อย่าหันหลังให้มัน…” เขาพึมพำ
วันที่เจ็ด
ฝนหยุด
มันหยุดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เงียบจนหูอื้อ
เหมือนโลกเพิ่งถูกล้าง…แต่ล้างไม่สะอาด
พรานบ่าวก่อกองไฟ
ควันลอยขึ้นช้าๆ เหมือนยังลังเลว่าจะหนีดีไหม
เขาเอาปลาที่จับได้จากแอ่งน้ำเมื่อคืนม าเสียบไม้
ย่างจนหนังกรอบ เสียงมันแตก เป๊าะๆ กลิ่นหอมลอยปนกลิ่นดินเปียก
ไอ้ดำจ้องไม่กระพริบ คราวนี้ไม่ยอมพลาดเม็ดมะม่วงอีกแล้ว
พรานบ่าวฉีกปลาแบ่งครึ่ง โยนให้มัน
“เอาไป…คราวนี้ของมึงจริงๆ”
ไอ้ดำงับทันที เหมือนกลัวใครมาแย่ง
ไฟลุกแดงสะท้อนตาพรานบ่าว
แต่ในแววตานั้น…มันไม่ใช่แค่ความเหนื่อย
มันมีคำถาม
ป่านี่…ยังเป็นป่าเดิมอยู่ไหม
หรือมันมีอะไรบางอย่าง…ตื่นขึ้นมาแล้ว
แล้วอยู่ดีๆ
เสียงฝีเท้าเมื่อคืน
ดังขึ้นอีกครั้ง
ย่ำ…
แต่คราวนี้…มันอยู่หลังพวกเขา
ใกล้พอให้รู้ว่า
มันไม่ใช่สัตว์ธรรมดาแน่ๆ
จบตอน ค่อยมาต่อ😂🙏











