1) Oversupply
2) คนตาย มากกว่า คนเกิด
3) ธนาคารพาณิชย์ ปล่อยสินเชื่อเข้มขึ้น
4) ประชาชน ไม่มั่นใจในเศรษฐกิจ
ต่อไปบริษัทอสังหาฯ คงต้องเน้น Recurring Income มากขึ้น
จากประสบการณ์ที่ติดตามสถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ในไทยช่วงหลัง พบว่าปัจจัยหลายอย่างมีผลกระทบอย่างชัดเจน เช่น ปริมาณอสังหาริมทรัพย์ที่เกินความต้องการ (Oversupply) ทำให้บ้านหรือตึกหลายแห่งอยู่ในสภาพว่างเปล่า ส่งผลให้ราคาดีดตัวขึ้นช้า และเกิดแรงขายลดราคาในตลาดมากขึ้น อีกหนึ่งปัจจัยที่น่าสนใจคือภาวะที่คนตายมากกว่าคนเกิด ซึ่งทำให้กลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการที่อยู่อาศัยใหม่ไม่เพิ่มจำนวนมากเหมือนในอดีต รวมถึงธนาคารพาณิชย์ที่ปรับนโยบายให้เข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้ผู้ซื้อบ้านและผู้ลงทุนในอสังหาฯ ต้องเผชิญกับความยากลำบากในเรื่องการขอสินเชื่อเพื่อซื้อหรือพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ ความไม่มั่นใจในเศรษฐกิจของประชาชนยังเป็นปัจจัยที่ทำให้การตัดสินใจลงทุนหรือใช้จ่ายในอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลง หลายคนเลือกรอดูสถานการณ์ก่อน รวมถึงกรณีที่ตัวแทนพนักงานกว่า 240 ชีวิตออกมาร้องเรียนเรื่องบริษัทอสังหาฯ เบี้ยวเงิน 5 เดือน ด้วยเหตุพิษช่องแคบฮอร์มุช ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความไม่มั่นคงในบางบริษัท ด้วยเหตุนี้ในอนาคตบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์โดยเน้นการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนและต่อเนื่อง (Recurring Income) เช่น การบริการพื้นที่เช่า หรือการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบให้เช่าระยะยาว เพื่อให้เกิดรายได้ที่มั่นคงมากขึ้น แทนการพึ่งพาการขายเพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจจะเสี่ยงกับความผันผวนของตลาด การติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ปัจจัยเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจภาพรวมตลาดอสังหาฯ ได้ดียิ่งขึ้น และเตรียมตัวสำหรับการลงทุนหรือวางแผนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

