Automatically translated.View original post

Review of fammed year 5 moo sensitive

Famed year 5, Chilfrin, resting body, resting heart (maybe), studying 9, giving up 4 frins

Take the exam first. Little time, the horse can hardly do it, haha. 🥹

The content is focused on palliative care hospice care advanced care plan.

Guideline dx screen NCD three kings HT DN DLP super numbers to remember, whichever ASCVD risks, whichever drug remembers doses, eating blah, whichever LAB investigation, plan, education, heath pro, vaccine, screening... feel deeper detail, more holistic than family year 4

OPD test is fun. Concentrated over year 4, out 4 times, home peat, PCU, patient is awesome. 🥰

Overall, okay. Get a break in the rumor. Take a succulent photo every day. Hahahahaha 8 / 10 👨🏻‍⚕️👨🏻‍⚕️

# Dead body # Family Medicine # medpsu # Family medicine # Medstudying

6/24 Edited to

... Read moreการเรียนแฟมเมดปี 5 ที่มหาวิทยาลัย มุ่งเน้นความรู้เชิงลึกในเรื่องเวชศาสตร์ครอบครัว โดยเฉพาะการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะท้าย (palliative care และ hospice care) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเข้าใจความต้องการของคนไข้ในมิติร่างกาย จิตใจ และสังคม สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวเข้าสู่ปี 5 หรือสนใจด้านนี้ การเรียนในส่วนนี้จะมีการเจาะลึก guideline การตรวจวินิจฉัยและคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD) เช่น ความดันโลหิตสูง (HT) เบาหวาน (DN) และไขมันในเลือดผิดปกติ (DLP) ที่ต้องจำตัวเลขและการประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ (ASCVD risk) รวมทั้งความรู้เรื่องยาและการบริหารจัดการยาอย่างละเอียด เช่น การจำชื่อยา วิธีใช้ และขนาดยา เพื่อให้สามารถดูแลคนไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีการเรียนรู้การตรวจ LAB อย่างละเอียด วางแผนการรักษา การให้ความรู้คนไข้ การสร้างโปรแกรมสุขภาพ และการฉีดวัคซีนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของการดูแลระยะยาวของเวชศาสตร์ครอบครัว การได้ออกสนามจริงออกตรวจ OPD และบ้านพรุ PCU มอ ช่วยเพิ่มประสบการณ์จริง ทำให้รู้จักการติดต่อสื่อสารและบริหารจัดการเคสคนไข้ที่มีความหลากหลาย ความท้าทายของบางคนอาจเป็นการจัดการเวลาเรียนและสอบที่ค่อนข้างแน่น ต้องวางแผนการอ่านหนังสือและเตรียมตัวให้ดี จากประสบการณ์ส่วนตัว การเรียนแฟมเมดปี 5 เป็นช่วงเวลาที่ได้พักผ่อนและทบทวนตัวเอง ควบคู่กับความเข้มข้นของเนื้อหาวิชาการและการลงไปลงมือปฏิบัติจริง การเรียนทำให้ได้เรียนรู้ทั้งทฤษฎีและการประยุกต์ใช้จริงในคลินิก จึงแนะนำให้น้อง ๆ ที่จะเรียนในชั้นปีนี้ เตรียมตัวด้านเวลาอ่านหนังสือ เตรียมใจรับความท้าทายด้านเนื้อหา และเปิดใจรับประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการดูแลผู้ป่วยระยะยาวซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการแพทย์ยุคใหม่