วัดลามะหรือวัดองค์ชายสี่ ที่ปักกิ่ง
วัดลามะ หรือ วัดองค์ชายสี่ ภายหลังที่เสด็จสวรรคต ฮ่องเต้องค์ใหม่ได้พระราชทานพื้นที่ทั้งหมดของวังให้กับวัด และเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดลามะ” #tiktoktravel #ปักกิ่ง #ประเทศจีน
ถ้าใครกำลังหาข้อมูล “วัดลามะ ปักกิ่ง” (Yonghe Temple/雍和宫) เราว่าเป็นหนึ่งในวัดแห่งประวัติศาสตร์ปักกิ่งที่ควรใส่ไว้ในแพลนมาก ๆ เพราะนอกจากสวยและขลังแล้ว ยังมีเรื่องเล่าที่ทำให้ไปเดินแล้วอินกว่าเดิมค่ะ ที่นี่เดิมเป็นวังขององค์ชายสี่ พอขึ้นครองราชย์และภายหลังเสด็จสวรรคต จึงมีการพระราชทานพื้นที่วังให้เป็นวัด และเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดลามะ” ทำให้บรรยากาศมีความเป็นทั้งราชสำนักและศาสนสถานในที่เดียว ไฮไลต์ของวัดคือสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมทิเบต กลิ่นธูปค่อนข้างแรงตั้งแต่ทางเข้า (คนมาไหว้เยอะมาก) แนะนำพกหน้ากากหรือเตรียมใจไว้หน่อย โดยปกติคนจะเดินไหว้ตามแนวแกนหลักจากหน้าวัดเข้าไปด้านใน ขอพรเรื่องความร่มเย็น โชคลาภ และความสำเร็จ แล้วค่อยแวะชมจุดสำคัญต่าง ๆ ในโถงด้านใน อีกอย่างที่หลายคนเสิร์ชเยอะคือ “กำไลวัดลามะ” หรือกำไลเชือกแดงที่ขายแถววัด/ร้านของฝากใกล้ ๆ ซึ่งความหมายที่คนมักเล่ากันคือเป็นเครื่องรางแนวสิริมงคล ช่วยคุ้มครอง ปัดเป่าสิ่งไม่ดี เสริมโชคและความปลอดภัย โดยเฉพาะถ้าได้ผ่านพิธี/ปลุกเสกจากวัดจะยิ่งรู้สึกอุ่นใจ (แต่แต่ละร้านแหล่งที่มาก็ต่างกันนะคะ) เวลาเลือกซื้อเราจะดู 3 อย่างคือ 1) วัสดุและความแน่นของเชือก/ปม 2) ตัวห้อยหรือป้าย (บางแบบเป็นอักษรจีน/สัญลักษณ์มงคล) 3) ร้านที่ดูน่าเชื่อถือ มีรายละเอียดชัดเจนว่าเป็นสายมูแบบไหน และราคาไม่เว่อร์เกินจริง ทริคเล็ก ๆ ถ้าตั้งใจซื้อเป็นของฝาก: วัดข้างในจะค่อนข้างเคร่งเรื่องการเคารพสถานที่ ถ่ายรูปบางจุดอาจไม่สะดวก ดังนั้นเราแนะนำดูบรรยากาศให้เต็มที่ก่อน แล้วค่อยออกมาซื้อของฝากด้านนอกจะเลือกง่ายกว่า และถ้าอยากให้ “กำไลวัดลามะ” เป็นความหมายดี ๆ สำหรับเราเอง ก็โฟกัสที่เจตนาตอนใส่ เช่น ใส่เพื่อเตือนตัวเองให้ใจเย็น ทำสิ่งดี ๆ และเดินทางปลอดภัย—เราว่าตรงนี้ทำให้ของชิ้นเล็ก ๆ มีคุณค่าขึ้นมากค่ะ





























