การเลิกใช้บุหรี่ไฟฟ้าหรือ vaping เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายสำหรับหลายคน โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกเหมือนอุปกรณ์ช่วยสูบมีบทบาทเสมือนเพื่อนคู่ใจที่คอยอยู่เคียงข้าง นั่นทำให้หลายคนรู้สึกเหมือน ‘บุหรี่ไฟฟ้าพูดคุย’ กับพวกเขาในช่วงเวลาที่ต้องการจะเลิก
จากประสบการณ์ส่วนตัว การที่ผมคิดจะเลิกสูบบุหรี่ไฟฟ้าทำให้ผมรู้สึกแปลกใจที่บางครั้งอุปกรณ์นั้นเหมือนมีชีวิต พยายามดึงดูดใจให้หันกลับไปสูบอีกครั้ง ซึ่งมันทำให้ผมรู้ว่าจริงๆ แล้วนอกจากสารนิโคตินแล้ว จิตใจและอารมณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญมาก หากขาดความตั้งใจที่แท้จริงและวิธีจัดการอารมณ์ที่ดี อุปกรณ์หรือสิ่งแวดล้อมก็มีอิทธิพลอย่างมากต่อการเลิก
ผมจึงแนะนำให้ลองหาวิธีเพิ่มเติมที่ช่วยเสริมแรงใจ เช่น การหาเพื่อนหรือกลุ่มออนไลน์ที่มีเป้าหมายเดียวกัน จะได้มีพื้นที่แชร์ประสบการณ์และสนับสนุนกัน หรือจะลองเขียนบันทึกที่บอกเล่าอารมณ์ความรู้สึกในแต่ละวัน เพื่อติดตามความก้าวหน้าและเข้าใจตัวเองมากขึ้น
นอกจากนี้ ควรทำความเข้าใจว่าการเลิกบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้หมายความว่าจะง่ายในทันที แต่เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา ความอดทน และการสนับสนุนจากรอบข้าง ถ้าเรามองว่าการเลิกครั้งนี้เป็นการดูแลสุขภาพและชีวิตตัวเอง การฟังเสียงภายในใจจะช่วยให้เราแข็งแรงพอที่จะผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้ และสุดท้ายจะรู้สึกภูมิใจในตัวเองมากที่สุดเมื่อสำเร็จเป้าหมายนี้ได้