ตัวอย่างอาการทางจิตใจของคนเป็นไทรอยด์

กรุงเทพมหานคร
1/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนถามผมบ่อยมากว่า “ไทรอยด์จากความเครียด” ได้ไหม—จากประสบการณ์ที่คุยกับคนไข้/คนมาปรึกษา สิ่งที่เจอบ่อยคือ ความเครียดอาจไม่ใช่ “สาเหตุเดียว” ที่ทำให้เป็นไทรอยด์ทันที แต่มันเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายรวน และทำให้อาการชัดขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีแนวโน้มเป็นไทรอยด์อยู่แล้ว (เช่น พักผ่อนน้อย ภูมิคุ้มกันแปรปรวน หรือมีประวัติครอบครัว) สิ่งที่ทำให้หลายคนสับสนคือ อาการ “ทางจิตใจ” ของไทรอยด์มันเหมือนความเครียด/แพนิค/ซึมเศร้าได้มาก จนบางคนคิดว่าตัวเอง “กำลังจะเป็นบ้า” ทั้งที่ต้นตอมาจากฮอร์โมน ถ้าเป็นกลุ่มไทรอยด์เป็นพิษ (ฮอร์โมนสูง) อาการที่ผมได้ยินซ้ำๆ คือ สมองตื่นตัวตลอดเวลา เหมือนมีเครื่องยนต์ติดอยู่ข้างใน ใจสั่น มือสั่น เหงื่อแตก หงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ คิดฟุ้งซ่านไม่หยุด บางช่วงอารมณ์ขึ้นลงเร็วมาก เช้าดี เที่ยงร้องไห้ไม่มีเหตุผล หรือโมโหจนเผลอขว้างของ ความรู้สึกคล้ายแพนิคก็พบได้ แต่ถ้าเป็นไทรอยด์ต่ำ (ฮอร์โมนต่ำ) จะออกไปทาง “ดับ” มากกว่า คือไม่อยากทำอะไร เบื่อชีวิต ว่างเปล่า อยากนอนทั้งวันทั้งที่นอน 10–12 ชม. ก็ยังเหนื่อย สมองล้า ความจำแย่ พูดๆ แล้วลืมกลางคัน โลกดูจืดชืด เหมือนแบตหมดตลอดเวลา ขาดความมั่นใจในตัวเอง และซึมมากกว่าวิตกกังวล ถ้าคุณกำลังสงสัยว่าเครียดหรือไทรอยด์ ลองเช็ก 3 อย่างนี้จากชีวิตจริง: 1) อาการใจ + อาการกายมาคู่กันไหม (ใจสั่น เหงื่อแตก น้ำหนักเปลี่ยน ทนร้อน/หนาวผิดปกติ ผมร่วง ถ่ายผิดปกติ ประจำเดือนเปลี่ยน) 2) อาการเป็นต่อเนื่องหลายสัปดาห์ และกระทบการนอน/งานชัดเจนไหม 3) มี “ทริกเกอร์” จากความเครียดแล้วอาการพุ่งเป็นช่วงๆ หรือไม่ สิ่งที่ผมอยากแนะนำแบบใช้งานได้เลยคือ อย่ารีบโทษตัวเองว่าอ่อนแอ และอย่าปล่อยให้รักษาผิดทางนาน ถ้ามีสัญญาณเข้าเคส แนะนำตรวจเลือดให้ครบ เช่น TSH, Free T4 และบางรายอาจต้องดู Free T3/แอนติบอดีเพิ่ม แล้วค่อยคุยกับหมอเพื่อแยกให้ชัดว่าเป็นไทรอยด์เป็นพิษ ไทรอยด์ต่ำ หรืออย่างอื่น ระหว่างรอพบแพทย์/รอผลตรวจ ผมมักบอกให้โฟกัส “ลดตัวกระตุ้น” ก่อน: ลดคาเฟอีน/เครื่องดื่มชูกำลัง จัดเวลานอนให้คงที่ หายใจช้าๆ เมื่อใจสั่น ทำบันทึกอาการ (เวลาเกิด เหตุการณ์ก่อนหน้า นอนกี่ชั่วโมง) เพราะข้อมูลพวกนี้ช่วยหมอวินิจฉัยได้ดีมาก ถ้าคุณรู้สึกว่าควบคุมอารมณ์ไม่ได้ มีความคิดทำร้ายตัวเอง หรือแพนิครุนแรงจนใช้ชีวิตไม่ได้ ให้ไปโรงพยาบาลทันทีนะครับ—เพราะบางเคสฮอร์โมนแกว่งแรงจริงๆ และพอแก้ถูกจุด ทั้งร่างกายและจิตใจก็ค่อยๆ ฟื้นจนรู้สึกเหมือนได้ชีวิตคืนมา