Automatically translated.View original post

Thyroid foods should be avoided or reduced.

6/28 Edited to

... Read moreเวลาเจอคำถามว่า “ไทรอยด์ต่ำห้ามกินอะไร” หรือ “ไทรอยด์ห้ามกินผลไม้อะไร” ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่แนว “ห้ามแบบเด็ดขาด” ทุกอย่าง แต่เป็น “ควรเลี่ยง/ควรลด” โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำให้การอักเสบสูงขึ้น น้ำหนักขึ้นง่าย หรือทำให้คุมพลังงานยาก เพราะคนไทรอยด์ต่ำมักเผาผลาญช้าลงอยู่แล้ว 1) ผลไม้ที่ควรลด (เพราะหวานมาก/น้ำตาลสูง) ถ้าถามว่าไทรอยด์ห้ามกินผลไม้อะไร จริงๆ ผลไม้มีประโยชน์ แต่ผลไม้ที่หวานจัดควรกินแบบจำกัดปริมาณ เช่น ทุเรียน มะม่วงสุก (รวมถึงผลไม้แปรรูป/เชื่อม/กวน) เหตุผลคือ “น้ำตาลที่เกิน” ทำให้พลังงานเกินง่าย น้ำหนักขึ้นไว และบางคนรู้สึกอาการอักเสบในร่างกายกำเริบได้ วิธีกินให้สบายใจขึ้นที่ทำแล้วเวิร์ก: - เลือกเป็น “ชิ้นเล็ก/ปริมาณพอดี” ไม่กินแทนมื้อ - กินหลังมื้อหลักที่มีโปรตีน/ไฟเบอร์ จะช่วยชะลอการพุ่งของน้ำตาล - ถ้าอยากหวาน เลือกผลไม้หวานน้อยกว่า เช่น ฝรั่ง ชมพู่ เบอร์รี่ (ตามที่หาได้) และคุมจำนวน 2) เครื่องดื่ม/ของหวานน้ำตาลสูง หลายคนโฟกัสแค่ผลไม้ แต่ที่พลาดบ่อยคือชานม น้ำอัดลม น้ำผลไม้กล่อง ขนมหวานต่างๆ เพราะน้ำตาลเข้าเร็วมาก ทำให้คุมน้ำหนักยาก แถมบางคนมีอาการบวมน้ำ/อ่อนเพลียง่ายขึ้นด้วย ลองสลับเป็นน้ำเปล่า ชาไม่หวาน หรือกาแฟไม่เติมน้ำตาล จะเห็นความต่างเรื่องความอยากหวานและพลังงานรวมชัดเจน 3) อาหารแปรรูป โซเดียมสูง ไส้กรอก แหนม แฮม หมูยอ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รวมถึงอาหารแปรรูปอื่นๆ มักมี “โซเดียมสูงมาก” และมีน้ำตาล/สารกันเสียแฝง กินบ่อยแล้วบวมง่าย กระหายน้ำ และทำให้เผลอกินเยอะขึ้น แนะนำถ้าเลี่ยงไม่ได้ให้ลดความถี่ และจับคู่กับผัก/น้ำเปล่าเยอะๆ 4) ของมัน ของทอด และฟาสต์ฟู้ด กลุ่มนี้มักใช้น้ำมันทอดซ้ำ ได้ไขมันที่ไม่ค่อยดีต่อสุขภาพ กินบ่อยแล้วกระตุ้นการอักเสบและทำให้น้ำหนักขึ้นง่าย (ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ของไทรอยด์ต่ำ) ถ้าอยากกรอบๆ ลองเปลี่ยนเป็นอบ/หม้อทอดไร้น้ำมัน และเลือกน้ำมันดีในปริมาณน้อย สรุปสั้นๆ: ไทรอยด์ต่ำไม่จำเป็นต้อง “ห้าม” ทุกอย่าง แต่ให้โฟกัสลดน้ำตาล (รวมผลไม้หวานจัดอย่างทุเรียน/มะม่วงสุก), ลดอาหารแปรรูปโซเดียมสูง (ไส้กรอก/แหนม) และลดของทอด/ฟาสต์ฟู้ด เพื่อช่วยคุมน้ำหนักและอาการให้เสถียรมากขึ้น