2025/10/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมคนค้นหา “ชาเขียวเย็น” ในกูเกิล ส่วนใหญ่ต้องการ 2 อย่างคือ 1) สูตรที่ทำแล้วรสชาติดีเหมือนร้าน และ 2) ทำขายได้จริงแบบมีกำไร เลยขอเสริมจากโพสต์นี้ด้วยทริคที่เราใช้ตอนเริ่มขายชาเขียวเย็นให้คุมต้นทุนและคุมรสให้คงที่ 1) สัดส่วนพื้นฐานที่ทำให้นิ่ง (ทำเป็นมาตรฐานร้าน) - ชาเขียว 14 กรัม/แก้ว (เป็นจุดเริ่มที่บาลานซ์หอม-ไม่ขม) - น้ำชาสกัด 120 มล. - นมสด 60 มล. (ถ้าอยากเข้มขึ้นเพิ่มนมสดนิดเดียว แต่อย่าลืมกระทบต้นทุน) - นมข้นหวานประมาณ 15 กรัม (หวานแบบขายง่าย) ใครอยากทำสูตรหวานน้อยให้ทำ “ระดับความหวาน” 100/75/50 แล้วใช้ช้อนตวงหรือชั่งกรัมช่วย 2) วิธีสกัดน้ำชาให้หอม ไม่ฝาด (ช่วยให้ลูกค้าค้นหาแล้วทำตามได้) เราแนะนำชงแบบจับเวลา: น้ำร้อนจัด (ไม่เดือดพล่าน) แล้วแช่ใบชาให้ได้กลิ่นก่อน จากนั้นกรองทันทีเมื่อครบเวลา อย่าทิ้งนานเพราะจะฝาด พอได้น้ำชาแล้วพักให้คลายร้อนนิดหนึ่งก่อนผสมนม จะได้ไม่แยกชั้นง่าย 3) คุมต้นทุนต่อแก้วให้ชัด (รวม “แก้ว+ฝา+หลอด” ด้วย) หลายคนคำนวณเฉพาะวัตถุดิบแล้วลืมบรรจุภัณฑ์ แนะนำให้ทำตารางต้นทุนแบบนี้: - วัตถุดิบ: ชาเขียว + นมสด + นมข้นหวาน + น้ำแข็ง - แพ็กเกจ: แก้ว+ฝา 16 oz + หลอด - ต้นทุนแฝง: ท็อปปิ้ง/ซอส (ถ้ามี), ค่าสูญเสีย (ชงหก/ตวงพลาด) เผื่อไว้ 3–5% พอได้ “ต้นทุนต่อ 1 แก้ว” แล้วค่อยตั้งราคาให้มีส่วนต่างกำไรพอ เช่นอยากได้กำไรแก้วละ 20 บาท ก็เอา (ต้นทุนต่อแก้ว + 20) เป็นราคาขายขั้นต่ำ 4) อยากได้กำไร 10,000 บาท ต้องขายกี่แก้ว? ให้ใช้สูตรง่ายๆ: จำนวนแก้ว = 10,000 ÷ กำไรต่อแก้ว ตัวอย่าง ถ้ากำไรต่อแก้ว 20 บาท ต้องขาย 500 แก้ว (ถ้ากำไรต่อแก้วมากขึ้น จำนวนแก้วที่ต้องขายก็ลดลง) วิธีนี้ช่วยวางเป้ายอดขายรายวันได้ เช่นตั้งเป้า 25 แก้ว/วัน ก็จะรู้ว่าประมาณกี่วันถึง 10,000 5) ทริคเพิ่มยอดขายชาเขียวเย็นแบบไม่เพิ่มต้นทุนเยอะ - ทำเมนูแตกไลน์: ชาเขียวเย็น + เพิ่มช็อตชา/เพิ่มนมสด (บวกเพิ่ม 5–10 บาท) - โปรคู่: ซื้อ 2 แก้วราคาพิเศษ ช่วยดันยอดต่อบิล - รสต้องคงที่: ใช้การชั่งกรัม/ตวงมล. จะลดปัญหาลูกค้าบ่น “แก้วนี้หวานไป/จืดไป” ถ้าคุณมีราคาขายที่ตั้งไว้แล้ว บอกต้นทุนต่อแก้วกับกำไรที่อยากได้มาได้เลย เดี๋ยวช่วยคำนวณจำนวนแก้วและทำเป้ารายวันให้แบบเร็วๆ

2 ความคิดเห็น

รูปภาพของ 🌺🌸pam jee jee
🌺🌸pam jee jee

ใช้ชาของอะไรคะ

ดูเพิ่มเติม(1)