Automatically translated.View original post

Dyson airstrait vs Dyson airwrap

2/21 Edited to

... Read moreหลายคนค้นหา “airwrap airstrait” เพราะลังเลเหมือนกันว่า Dyson Airstrait vs Dyson Airwrap ต่างกันยังไง และควรซื้ออันไหนก่อนดี เราใช้สลับกันช่วงนี้เลยสรุปแบบภาษาคนใช้จริงให้ค่ะ 1) จุดเด่นของ Dyson Airstrait Airstrait คือสาย “หนีบผมให้ตรง” ที่ใช้ลมร้อนเป่าผ่านระหว่างแผ่นหนีบ ทำให้ผมแห้งและตรงไปพร้อมกัน เหมาะมากกับวันที่รีบ ๆ หรืออยากได้ลุคผมตรงเนี้ยบแบบไม่ต้องแบ่งช่อเยอะ สำหรับเรารู้สึกว่าหยิบมาใช้บ่อยกว่า เพราะขั้นตอนน้อย ทำง่าย มือใหม่ก็จับทางไว โดยเฉพาะคนที่ปกติหนีบผมอยู่แล้วจะเปลี่ยนมาใช้ Airstrait ได้ไม่ยาก เหมาะกับใคร: คนผมฟู ผมหยักศกเล็กน้อย ชอบผมตรงธรรมชาติ ไปทำงาน/ไปเรียนทุกวัน หรือคนที่อยากลดเวลาจาก “ไดร์ให้แห้ง + หนีบให้ตรง” ให้เหลือขั้นตอนเดียว 2) จุดเด่นของ Dyson Airwrap Airwrap คือสาย “จัดทรง” ที่ทำได้หลากหลายกว่า ทั้งไดร์ให้พอง สร้างวอลลุ่ม หรือทำลอนด้วยแกนม้วนลม (Coanda) ลุคที่ได้จะดูมีมิติ เหมาะกับคนที่ชอบเปลี่ยนทรงผมบ่อย ๆ แต่ยอมรับว่าช่วงแรกต้องฝึกนิดนึง โดยเฉพาะการม้วนลอนให้สวยเท่ากันทั้งสองข้าง พอชินแล้วสนุกมาก และเหมาะกับวันที่อยากผมสวยแบบตั้งใจเป็นพิเศษ เหมาะกับใคร: คนที่อยากได้ทั้งไดร์และม้วนในเครื่องเดียว ชอบลอน/วอลลุ่ม ชอบลุคออกงาน หรือคนที่ไม่อยากซื้ออุปกรณ์หลายชิ้น 3) เลือกอันไหนดี (สรุปเร็ว) - ถ้าค้นหาคำว่า “Airstrait vs Airwrap อันไหนคุ้ม” สำหรับเราให้คิดจากทรงที่ทำบ่อยที่สุด - ทำผมตรงเป็นหลัก + อยากเร็ว + ไม่อยากฝึกเยอะ → เลือก Dyson Airstrait - อยากลอน/วอลลุ่ม + ชอบเล่นผมหลายแบบ + มีเวลาฝึกมือ → เลือก Dyson Airwrap 4) ทริคส่วนตัวให้ผลลัพธ์ดีขึ้น - Airstrait: แบ่งช่อบาง ๆ จะตรงไวและดูเรียบกว่า และอย่าลืมลงเซรั่ม/สเปรย์กันความร้อน (ถึงจะเป็นลมก็ยังมีความร้อน) - Airwrap: ถ้าลอนคลายไว ลองม้วนให้แห้งสนิทก่อน แล้วปิดด้วยลมเย็น (cool shot) ช่วยล็อกทรงได้ดีขึ้น สุดท้ายแล้วเราชอบทั้งคู่จริง ๆ แต่วันที่ต้องการความไวและความชัวร์ เราจะหยิบ Airstrait ก่อน ส่วน Airwrap จะเหมือนเป็น “วันอยากสวยเป็นพิเศษ” ใครทีมไหนมาแชร์กันได้นะคะ