"อยู่ถูกที่ถูกเวลา" (Right Place, Right Time) เป็นวลีที่เรามักได้ยินบ่อยๆ เวลาเห็นใครประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว หรือรอดพ้นจากสถานการณ์เลวร้ายมาได้อย่างหวุดหวิด หลายคนมองว่ามันคือเรื่องของ "โชคชะตา" แต่ถ้าเราลองถอดรหัสความคิดนี้ดูดีๆ มันมีมิติที่ลึกซึ้งกว่าเรื่องของดวงเพียงอย่างเดียว
อาจนำไปปรับใช้ได้
1. โชคชะตา 50% และ การเตรียมพร้อม 50%
มีคำคมหนึ่งของเซเนกา (Seneca) นักปรัชญาโรมันกล่าวไว้ว่า "โชคคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อการเตรียมพร้อมมาพบกับโอกาส"
ต่อให้คุณยืนอยู่ถูกที่ถูกเวลาจริงๆ แต่ถ้าในมือคุณไม่มีทักษะ ความรู้ หรือความพร้อมที่จะคว้าโอกาสนั้นไว้ "นาทีทอง" นั้นก็อาจจะผ่านไปโดยที่คุณทำอะไรกับมันไม่ได้เลย การอยู่ถูกที่ถูกราวจึงไม่ใช่การนั่งรอ แต่คือการพัฒนาตัวเองให้พร้อมอยู่เสมอ
2. เราสร้าง "ที่" และ "เวลา" เองได้ (ในระดับหนึ่ง)
จริงอยู่ที่เราควบคุมปัจจัยภายนอกไม่ได้ทั้งหมด แต่เราควบคุม "โอกาสในการเอาตัวเองไปอยู่ในจุดนั้น" ได้
การเลือกสังคม/สิ่งแวดล้อม: ถ้าอยากเติบโตในสายงานเทคโนโลยี การเอาตัวเองไปอยู่ในงานสัมมนา คอมมูนิตี้ หรือกลุ่มคนที่คุยเรื่องนี้ ก็เป็นการเพิ่มโอกาสให้เรา "อยู่ถูกที่" มากกว่าการนั่งอยู่บ้านเฉยๆ
การเพิ่มจำนวนครั้ง: ยิ่งเราลองทำสิ่งใหม่ๆ ออกไปเจอผู้คนใหม่ๆ หรือเสนอไอเดียใหม่ๆ บ่อยขึ้น โอกาสที่เราจะบังเอิญไปเจอกับ "เวลาที่ใช่" ก็จะเพิ่มขึ้นตามสถิติ
3. "ทัศนคติ" เปลี่ยนที่ผิดให้เป็นเวลาที่ถูก
บางครั้งเราอาจจะรู้สึกว่าตอนนี้เราอยู่ "ผิดที่ผิดเวลา" เช่น ทำงานที่ไม่ชอบ เจอวิกฤตเศรษฐกิจ หรือโปรเจกต์ล่ม แต่ในมุมมองของคนที่ประสบความสำเร็จ หลายคนมองช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นเป็น "โรงเรียนฝึกฝน" ที่ทำให้พวกเขาเข้มแข็งและมีทักษะพอที่จะไปอยู่ "ถูกที่ถูกเวลา" ในอนาคต สิ่งที่ดูเหมือนผิดพลาดในวันนี้ อาจเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของวันพรุ่งนี้
การอยู่ถูกที่ถูกเวลาไม่ใช่เรื่องของความบังเอิญที่สมบูรณ์แบบ แต่มันคือการ "พาตัวเองไปอยู่ในจุดที่มีโอกาสมากที่สุด พร้อมด้วยศักยภาพที่พร้อมที่สุด ในเวลาที่สถานการณ์เป็นใจ"
จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าการ "อยู่ถูกที่ถูกเวลา" ไม่ได้หมายถึงแค่การโชคดีหรือการบังเอิญเจอสถานการณ์เหมาะสมเท่านั้น แต่เป็นผลจากความพยายามอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาตนเองและเลือกสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้องด้วย ผมเริ่มต้นจากการทำงานในสาขาที่สนใจ พร้อมกับเข้าร่วมกิจกรรมและชุมชนที่เกี่ยวข้องกับสายอาชีพของผมอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้ผมพบเจอกับผู้คนและโอกาสใหม่ๆ ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน นอกจากนี้การมีทัศนคติที่ดีและมองความล้มเหลวเป็นบทเรียน ยังช่วยให้ผมไม่ท้อแท้เมื่อเผชิญกับอุปสรรค ความผิดพลาดในอดีตกลายเป็นบทเรียนที่มีค่า ช่วยเสริมสร้างทักษะและความมั่นใจ เมื่อโอกาสที่เหมาะสมมาถึง ผมจึงพร้อมที่จะคว้าไว้ทันที การเพิ่มจำนวนครั้งของการลองทำสิ่งใหม่ ๆ เช่น เสนอไอเดีย หรือลองโปรเจกต์ใหม่ ๆ เป็นอีกกลยุทธ์สำคัญ เพราะยิ่งเปิดกว้างตัวเองต่อโอกาสมากเท่าไร โอกาสบังเอิญเจอเวลาที่ใช่ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย สุดท้าย ความเข้าใจว่า “โชค” คือการพบกันระหว่างความพร้อมและโอกาส ทำให้ผมตั้งใจพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง และเลือกอยู่ในสถานการณ์ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพนี้เพื่อสร้างนาทีทองของตัวเองในอนาคต
