The footballer hurts easily because of the wrong stretch at the wrong time.
❌ Why shouldn't "hold down" before exercising?
Many people mistake starting to exercise, stretching first, but warm-up is actually much more important. 💡
🚫 Stretch and hold before exercising. There are drawbacks!
• May increase injury risk 🩹 because muscles are still cold and strained.
• Causing "temporary weakness" ⚡ muscles, resulting in reduced power and speed
✅ What to do is "warm up."
Warm-up is to get the body ready, gradually increase temperature and blood flow, reduce injuries, and get the body ready to wade through. 💪
🏃♂️ Correct warm-up example
• Dynamic Warm-up such as trot, slap jump, knee high lift
• Warm-up only sports to play, such as football, starting with a ball bounce, passing the ball briefly
📝 Summary
Before exercising, 👉 should warm up, not stretch.
After exercise, 👉 gradually stretch the muscles to increase flexibility and reduce aches and pains.
⚡ take care of the body the right way to exercise as safely and efficiently as possible.
# Exercise # Warm up # Good health starts with us # tom baball
📌 next pass.
👉 How many minutes should a proper warm-up take? ⏱️
Can wait to follow 🔥
หลายคนเสิร์ชหา “นักบอลหล่อ ไทย” แล้วได้แรงบันดาลใจอยากเริ่มเตะบอล/เข้ายิมตาม แต่สิ่งที่ทำให้ไปไม่สุดคือ “เจ็บง่าย” โดยเฉพาะช่วงเริ่มเล่นใหม่ๆ เราเคยเป็นเหมือนกันครับ ช่วงแรกเห็นคนยืดค้างก่อนลงสนาม (บางคนพิงเสาประตูยืดขาเท่ๆ) ก็ทำตาม สุดท้ายวิ่งได้แป๊บเดียวรู้สึกตึงน่อง ตึงหลังขา แถมสปีดตกอีก สิ่งที่ช่วยได้จริงคือแยกให้ออกว่า “วอร์มอัพ” กับ “ยืดค้าง” ใช้คนละเวลา 1) ก่อนเล่นบอล: เน้นวอร์มอัพแบบ Dynamic (5–10 นาที) - เดินเร็ว/วิ่งเหยาะ 2–3 นาที ให้ตัวอุ่นก่อน - ยกเข่าสูง, butt kick, side shuffle อย่างละ 20–30 วินาที - leg swing แกว่งขาหน้า-หลัง/ซ้าย-ขวา ข้างละ 10–15 ครั้ง - เปิดสะโพก (hip opener) และหมุนข้อเท้า/เข่าเบาๆ ทริคของผมคือทำให้ “เริ่มมีเหงื่อบางๆ และหายใจแรงขึ้นนิดหน่อย” แค่นี้กล้ามเนื้อจะตื่น เลือดไหลเวียนดีขึ้น แล้วค่อยเพิ่มความเร็วในการวิ่งหรือแตะบอล 2) ก่อนเตะจริง: วอร์มเฉพาะฟุตบอล (3–5 นาที) - แตะบอลสั้นๆ เปลี่ยนทิศ - ส่ง-รับบอลระยะใกล้ - เร่งสปีดสั้นๆ 2–3 ครั้ง (ไม่ต้องสุด) เพื่อให้ร่างกายคุ้นจังหวะ 3) หลังเล่น: ค่อยยืดค้าง (Static stretch) 8–12 นาที โฟกัสจุดที่นักบอลมักตึง: น่อง, หลังขา (hamstring), หน้าขา (quad), สะโพก/ก้น (glute), ขาหนีบ - ยืดค้างท่าละ 20–40 วินาที 2 รอบ - ยืดแบบรู้สึกตึงแต่ไม่เจ็บ อย่ากดจนชา/แปลบ 4) เช็กลิสต์กันเจ็บแบบง่ายๆ (ทำแล้วต่างจริง) - ดื่มน้ำก่อนเล่นและระหว่างเล่น - เพิ่มความหนักทีละนิด (อย่าอยู่ๆ ไปวิ่งเต็มสปีดทั้งเกม) - ใส่สตั๊ด/รองเท้าที่เหมาะกับพื้นสนาม - ถ้ารู้สึกตึงผิดปกติหรือเจ็บจี๊ด ให้พักและลดความเข้มทันที สรุปสั้นๆ: อยากฟิตเหมือนนักบอลหล่อไทยในสนาม ให้ “วอร์มอัพก่อน” เพื่อปลุกกล้ามเนื้อ แล้ว “ยืดค้างหลังเล่น” เพื่อคลายตึงและเพิ่มความยืดหยุ่น ทำถูกเวลา โอกาสเจ็บจะน้อยลงและเล่นได้สนุกขึ้นมากครับ

