ตอบกลับ @Katrina เราไม่เจอยายเดือนนึงได้แล้วค่ะ ยายตาไม่ค่อยดีแล้ว หูก็ไม่ค่อยดี ต้องมาเห็นใกล้ๆ ถึงจะคุยกันรู้เรื่องค่ะ วันนี้ยายมีอาการเจ็บขา เดินกะเผลกๆ เลยจะหาซื้อยาไปให้ยายค่ะ ขอบคุณที่ถามข่าวยายแก้วนะคะ 🤍 เอาจริงๆ 90 กว่าปี ควรมีลูกหลานดูแลได้แล้วนะ ไม่ใช่ให้แม่หาเลี้ยงแบบนี้ !!#ยิ่งทํายิ่งได้ยิ่งให้ยิ่งมั่งมี #มีก็ให้ได้ก็แบ่งปัน #ทำความดีไม่ต้องมีโอกาส #ทําบุญอย่าเลือกวันทําทานอย่าเลือกคน #ทุกการแบ่งปันมีรอยยิ้มเสมอ

2025/9/4 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการดูแลผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในช่วงที่เริ่มมีอาการเจ็บป่วยหรือประสาทสัมผัสเสื่อม เช่น ตาและหูที่ไม่ค่อยดี รวมถึงปัญหาเรื่องการเดินที่เริ่มกะเผลก ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับครอบครัวและญาติพี่น้อง การสังเกตและช่วยเหลือทันที เช่น การหาซื้อยาที่เหมาะสมหรือพาไปพบแพทย์ เป็นการช่วยลดความทุกข์ทรมานและช่วยให้ท่านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ในสังคมไทยยังมีค่านิยมเรื่องความกตัญญูและลูกหลานควรมีหน้าที่ในการดูแลพ่อแม่หรือผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด เพราะเมื่ออายุมากขึ้น สุขภาพที่เสื่อมลงทำให้ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ ทั้งในเรื่องการรับประทานอาหาร การใช้ยา รวมถึงความรู้สึกทางอารมณ์ที่ดีจากการได้รับความรักและดูแลจากครอบครัว ในกรณีที่ญาติมีอาการเจ็บขาเดินไม่สะดวก ควรตรวจสอบสาเหตุ เช่น การบาดเจ็บ กระดูกเสื่อม หรือภาวะอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหว พร้อมทั้งจัดหายาที่เหมาะสมและอุปกรณ์ช่วยเดินถ้าจำเป็น การพบแพทย์และติดตามอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อป้องกันอาการทรุดลง ยังมีข้อคิดที่ว่า "90 กว่าปี ควรมีลูกหลานดูแลได้แล้ว" ซึ่งสะท้อนถึงความรับผิดชอบและบทบาทของลูกหลานในการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้ท่านไม่ต้องเจอความโดดเดี่ยวหรือพึ่งพิงแต่แม่หรือผู้ดูแลเพียงคนเดียว การดูแลอย่างร่วมมือกันจะทำให้ผู้สูงอายุได้รับการเอาใจใส่และมีความสุขในช่วงบั้นปลายชีวิต โดยสรุป การดูแลผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาเรื่องสุขภาพและความเสื่อมถอยของประสาทสัมผัส ควรเริ่มจากความตั้งใจและความรัก พร้อมการจัดการสุขภาพอย่างเหมาะสม ที่สำคัญคือการมีเครือข่ายครอบครัวที่แข็งแรงและช่วยกันแบ่งปันหน้าที่อย่างเป็นธรรม นอกจากนี้การทำความดี การแบ่งปัน และไม่เลือกวันหรือเวลาในการทำบุญ ก็เป็นสิ่งที่จะช่วยเติมเต็มใจและความสุขให้กับทุกคนในครอบครัวอย่างยั่งยืน