แมวเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง!!!

🐈เริ่มแรก :

✨เริ่มจากน้องซึม ไม่ทานอาหาร นอนอย่างเดียว อ้วกเป็นสีเหลืองๆ(เกิดจากท้องว่างทานอะไรไม่ได้) ทางเราจึงพาไปหมอ

✨คลินิกแรกทำการ x-ray ตรวจโคโรนาไวรัส fip หัดแมว แต่ไม่ขึ้น แต่ผล x-ray พบว่าน้องมีน้ำที่ข้างๆตับ อก เล็กน้อย หมอเลยสันนิษฐานว่าน่าเป็น fip เพราะอาการน้องเข้าข่ายมากที่สุด หลังจากนั้นหมอก็ให้ยามาทานและกลับบ้าน แต่น้องทานไป 2 วันไม่ดีขึ้น เราจึงเปลี่ยนคลินิก

✨คลินิกที่สองทำการตรวจโรคและ x-ray เหมือนกัน คุณหมอพบว่า น้องมีก้อนที่คอ (คลินิกแรกเกรินๆว่าเหมือนมีอะไรติดคอน้อง) โดยก้อนที่คอน้องมันบวมทำให้น้องไม่สามารถทานอาหารได้ หมอคาดการณ์ว่าน้องน่าจะเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองจึงแนะนำให้เราไปโรงบาลสัตว์ขนาดใหญ่ วันถัดมาเราจึงพาน้องไปโรงพยาบาลสัตว์เกษตร

✨ ที่ๆ 3 โรงพยาบาลสัตว์เกษตร คุณหมอทำการอัลตราซาวด์ เอกซเรย์ และตรวจผลเลือด พบว่าน้องมีก้อนที่คอและมีก้อนที่อก จึงทำการเจาะไปตรวจรอผลประมาณ 7 วัน โดยผลออกมาพบว่า น้องเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง (สาเหตุส่วนมากของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในแมวมักจะมาจากการเป็นลูคีเมียหรือเอดส์แมว แต่น้องแมวของเราไม่เป็นอะไรเลย)

🩺ขั้นตอนการรักษา:

วันที่ไปฟังผล คุณหมอทำการฉีดคีโมให้น้อง พร้อมให้น้ำเกลือ และ นัดมาให้คีโมทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 4 เข็มพออาทิตย์ที่ 5 หมอจะทำการเอกซเรย์ว่าน้องยังมีก้อนอยู่หรือไม่ และถ้าน้องดีขึ้นหมอก็จะเปลี่ยนแผนการรักษา

🩺 แผนการรักษาปัจจุบัน (คีโมเข็มที่ 5 เป็นต้นไป)

โดยเปลี่ยนแผนการรักษาจะปรับการให้คีโมเป็น 3 อาทิตย์ให้คีโม 1 ครั้ง ปัจจุบันน้องทำคีโมได้ 6 เข็มแล้ว

💗 หลังจากการให้คีโมทุกครั้งน้องไม่มีอาการอะไรเลย เล่น กิน นอนได้ เป็นปกติเลย

💸 ปัจจุบันสองเดือนที่ผ่านมาค่ารักษาน้องหมดไปประมาณ 20,000 นิดๆค่ะ

#แมวป่วยเป็นมะเร็ง #มะเร็งต่อมน้ำเหลืองแมว #มะเร็งแมว #แมวมะเร็ง

6/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อเจอข่าวว่าน้องแมวเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือ Lymphoma สิ่งแรกที่คิดคือความกังวลเรื่องสุขภาพและการรักษาที่ต่อเนื่อง การสังเกตอาการเริ่มแรกอย่างซึม ไม่กินอาหาร อาเจียนสีเหลือง เป็นสัญญาณให้เรารีบพาไปหาหมอเพื่อตรวจอย่างละเอียด การวินิจฉัยจากหลายที่ตั้งแต่คลินิกเล็กจนถึงโรงพยาบาลสัตว์ใหญ่ช่วยให้มั่นใจในผลที่ออกมา สำหรับการตรวจทางการแพทย์ เช่น X-ray, อัลตราซาวด์ หรือการเจาะตรวจเซลล์ก้อนจะช่วยยืนยันได้ชัดเจนว่าก้อนที่พบเป็นมะเร็งหรือไม่ และสาเหตุของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในแมวมักเกี่ยวข้องกับเชื้อไวรัสลูคีเมียหรือเอชไอวีของแมว แต่ในบางกรณีเหมือนกับของน้องแมวนี้ที่ไม่พบเชื้อเหล่านี้เลยถือว่าโชคดีในทางตรงกันข้าม เพราะอาจมีโอกาสการตอบสนองต่อการรักษาที่ดีกว่า การรักษาหลักสำหรับมะเร็งชนิดนี้คือการฉีดคีโม ซึ่งหมอมักกำหนดแผนการให้ยาอย่างเน้นความสม่ำเสมอและการติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อดูผลลัพธ์และปรับแผนตามความเหมาะสม ประสบการณ์ตรงพบว่าน้องแมวสามารถรับคีโมได้ดี ไม่มีอาการข้างเคียงรุนแรง ทำให้ยังคงกิน เล่น และนอนได้อย่างปกติซึ่งเป็นเรื่องที่น่าดีใจมาก เรื่องค่าใช้จ่ายก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่เจ้าของต้องวางแผนและเตรียมพร้อม โดยช่วงสองเดือนแรกในการรักษาของน้องแมวนี้ใช้เงินไปราว 20,000 บาท ซึ่งไม่ใช่จำนวนน้อยแต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อชีวิตและความสุขของน้อง สุดท้ายแล้วการมีความรู้และเตรียมตัวทั้งทางด้านสุขภาพและจิตใจ ถือเป็นส่วนสำคัญเมื่อพบว่าแมวรักเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หากใครกำลังเจอสถานการณ์เดียวกัน อยากแนะนำให้พบสัตวแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาอย่างละเอียด และทำตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัด รวมถึงให้ความรักและการดูแลอย่างอ่อนโยนกับน้องในทุกๆ วัน

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ รัญชิดา
รัญชิดา

เป็นกำลังใจให้นะคะ