เป็นโรคเบาหวาน กินผลไม้อะไรได้บ้าง!!

ลดน้ำหนัก เป็นโรคเบาหวาน กินผลไม้อะไรได้บ้าง ผลไม้ชนิดไหนน้ำตาลสูงสุด จะใช่แบบที่คุณชอบกินบ่อยๆ หรือเปล่า มาเช็กปริมาณน้ำตาลในผลไม้ แต่ละชนิด ไปพร้อมกัน!

.

รู้หรือไม่? การเลือกกินผลไม้ ไม่ใช่แค่ดูปริมาณน้ำตาล แต่ควรดูค่า GI (Glycemic Index) และค่า GL (Glycemic Load) ควบคู่ด้วย เพราะ…

🍯 ปริมาณน้ำตาล = ตัวเลขที่บอกว่ามี “น้ำตาลจริงๆ อยู่เท่าไหร่” ในผลไม้นั้น

🌪️ ค่า GI = ตัวเลขที่บอกว่าผลไม้นั้น ทำให้ระดับ “น้ำตาลในเลือดพุ่งเร็ว” แค่ไหน ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระดับ คือ ต่ำ (< 55), ปานกลาง (56–69) และสูง (> 70)

💪 ค่า GL = ตัวเลขที่ได้จากการนำปริมาณคาร์โบไฮเดรตและค่า GI มาคำนวณ ซึ่งผลไม้ที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง ก็อาจส่งผลต่อน้ำหนักและระดับน้ำตาลในเลือดที่พุ่งสูงขึ้นได้ ควรเลือกค่า GL ≤ 10

.

😍น้ำตาลน้อย (<7 กรัม/100 กรัม)

✔️อะโวคาโด

น้ำตาล 0.7 กรัม, GI = 40, GL = 1

✔️แบล็กเบอร์รี

น้ำตาล 4.9 กรัม, GI = 25, GL = 2.5

✔️ราสป์เบอร์รี

น้ำตาล 4.4 กรัม, GI = 25, GL = 3.0

✔️สตรอว์เบอร์รี

น้ำตาล 4.9 กรัม, GI = 25, GL = 1.9

✔️แตงโม

น้ำตาล 6 กรัม, GI = 75, GL = 5.6

.

🤔น้ำตาลปานกลาง (7-12 กรัม/100 กรัม)

🟢สาลี่

น้ำตาล 7.1 กรัม, GI = 26, GL = 3.3

🟢แคนตาลูป/เมลอน

น้ำตาล 8 กรัม, GI = 65, GL = 5.2

🟢มะละกอ

น้ำตาล 8 กรัม, GI = 60, GL= 5.5

🟢แก้วมังกร

น้ำตาล 8 กรัม, GI = 25, GL = 4.3

🟢กีวี

น้ำตาล 9 กรัม, GI = 50, GL= 7.3

🟢ฝรั่ง

น้ำตาล 9 กรัม, GI = 20, GL = 2

🟢สับปะรด

น้ำตาล 10 กรัม, GI = 66, GL = 12

🟢แอปเปิ้ลสีแดง

น้ำตาล 10 กรัม, GI = 36, GL = 5

🟢ส้มแมนดาริน

น้ำตาล 11 กรัม, GI = 30, GL = 3.9

🟢เสาวรส

น้ำตาล 11 กรัม, GI = 30, GL= 6.9

.

🫣น้ำตาลสูง (>12 กรัม/100 กรัม)

🔴กล้วย

น้ำตาล 12-16 กรัม (ขึ้นกับความสุก), GI = 48, GL = 10.1

🔴มะม่วง

น้ำตาล 14-16 กรัม (ขึ้นกับความสุก), GI = 56, GL= 8.4

🔴เงาะ

น้ำตาล 15.7 กรัม, GI = 59, GL= 6

🔴ลิ้นจี่

น้ำตาล 15 กรัม, GI = 50, GL= 7.6

🔴องุ่น

น้ำตาล 16 กรัม, GI = 56, GL= 9.6

ผลไม้เป็นแหล่งสารอาหารและวิตามินที่สำคัญ และยังช่วยควบคุมความดันโลหิต รวมถึงฟื้นฟูสุขภาพลำไส้และระบบย่อยอาหาร อย่างไรก็ตาม ควรควบคุมการกินน้ำตาลไม่เกิน 25 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 6 ช้อนชา ตามคำแนะนำของ WHO เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์สูงสุด

#ผลไม้น้ำตาลสูง #น้ำตาลในเลือดสูง #สารให้ความหวานแทนน้ำตาล #ผลไม้น้ำตาลต่ำ #น้ำตาลน้อย

2025/8/18 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมผลไม้เป็นแหล่งอาหารที่มีสารอาหาร วิตามิน และไฟเบอร์ที่สำคัญสำหรับสุขภาพโดยรวม รวมถึงช่วยควบคุมความดันโลหิตและส่งเสริมระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้ดีขึ้น สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน การเลือกกินผลไม้ควรคำนึงถึงปริมาณน้ำตาลจริง (น้ำตาลจากผลไม้) และค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index: GI) ที่บ่งชี้ว่าผลไม้ชนิดนั้นมีผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือดเร็วแค่ไหน รวมทั้งค่าดัชนีน้ำตาลรวม (Glycemic Load: GL) ที่เป็นตัวชี้วัดคุณภาพและปริมาณคาร์โบไฮเดรตในอาหารร่วมกันเพื่อประเมินผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดอย่างแม่นยำมากขึ้น โดยทั่วไป ผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อยและค่า GI ต่ำ เช่น อะโวคาโด แบล็กเบอร์รี ราสป์เบอร์รี สตรอว์เบอร์รี และแตงโม เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานเพราะช่วยลดผลกระทบต่อน้ำตาลในเลือด ในขณะที่ผลไม้ที่มีน้ำตาลระดับกลาง อย่างสาลี่ แคนตาลูป มะละกอ แก้วมังกร กีวี และฝรั่ง เป็นตัวเลือกที่รับประทานได้แต่ควรจำกัดปริมาณ ส่วนผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เช่น กล้วย มะม่วง เงาะ ลิ้นจี่ และองุ่น ควรบริโภคอย่างระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงเพื่อลดความเสี่ยงน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง ข้อแนะนำสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานคือ การบริโภคน้ำตาลทั้งหมดไม่เกิน 25 กรัมต่อวัน หรือประมาณ 6 ช้อนชาตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพื่อให้ได้ประโยชน์จากผลไม้โดยไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ นอกจากนี้ ควรเลือกผลไม้สดและหลีกเลี่ยงผลไม้แปรรูปหรือผลไม้ที่เติมน้ำตาล เพื่อควบคุมปริมาณน้ำตาลอย่างเหมาะสม นอกจากการเลือกผลไม้ให้เหมาะสมแล้ว ผู้ป่วยโรคเบาหวานควรมีการวางแผนมื้ออาหารร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและติดตามระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อปรับพฤติกรรมการกินให้เหมาะสมที่สุด ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยให้การจัดการโรคเบาหวานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ดีขึ้น

ค้นหา ·
ผลไม้ค่าgiสูง