#เซรั่มเมลาโทนิน อีกหนึ่งเซรั่มแบรนด์ไทยที่ทำถึงมาก ช่วงนี้ติดใช้สุด 🥹✨🤍
ใครกำลังเสิร์ชหา “สกินแคร์ Celekin/สกินแคร์เซเลคิน” แล้วลังเลว่าเหมาะกับผิวเราไหม ขอมาแชร์แบบ UGC จากที่ลองใช้เองช่วงนี้ค่ะ เรารู้สึกว่าคาแรคเตอร์ของแบรนด์คือทำมาแนวฟื้นผิวให้ดูพักผ่อนน้อยก็ยังรอด โดยตัวที่เราอินสุดคือ Celekin Melatonin B12 Advanced Restoring Serum (บนกล่องมีเคลมประมาณว่าให้ผิวที่ดูเหนื่อยเหมือนได้นอนมาดี) เนื้อเซรั่มจะเข้มข้นแต่เกลี่ยง่าย ซึมไว ไม่เหนอะหนะ พอลงแล้วผิวจะดูอิ่มน้ำขึ้นทันที แบบผิวดูฟูและละเอียดขึ้น สิ่งที่เราชอบคือเขาใส่ส่วนผสมแนวช่วยเสริมเกราะผิวและเติมความชุ่มชื้น อย่าง Niacinamide, Vit E และมีเทคโนโลยีที่เคลมว่าช่วยให้ผิวชุ่มชื้นนาน (เราใช้ตอนกลางคืน ตื่นมาผิวยังไม่แห้งตึง) วันไหนนอนน้อยหรือผิวหมอง ๆ จะรู้สึกว่าหน้าดูสดขึ้น แต่มุมนี้ต้องบอกตามตรงว่าผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลนะคะ วิธีใช้ที่เวิร์กสำหรับเรา: หลังล้างหน้าและโทนเนอร์/เอสเซนส์ (ถ้ามี) หยดเซรั่ม 1–2 ปั๊ม วอร์มที่ฝ่ามือแล้วกดเบา ๆ ให้ทั่วหน้า จากนั้นตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์อีกชั้นถ้าวันไหนห้องแอร์หนัก หรือผิวแห้งง่าย ส่วนคนผิวมัน/ผิวผสมอาจจบที่เซรั่มได้ในบางวัน เพราะเนื้อเขาค่อนข้างให้ความชุ่มชื้นอยู่แล้ว หลายคนที่ค้นหา “มอยส์เจอไรเซอร์ celekin” เราแนะนำให้ดูจากปัญหาผิวเป็นหลักค่ะ ถ้าช่วงไหนผิวล้า ผิวดูไม่สดใส หรือรู้สึกเกราะผิวอ่อนแอ การมีมอยส์เจอไรเซอร์ที่ล็อกความชุ่มชื้นคู่กับเซรั่มจะช่วยให้ผิวดูเนียนและแต่งหน้าติดขึ้นมาก อีกคำค้นที่เจอบ่อยคือ “กันแดด celekin/ครีมกันแดด ผิวแพ้ง่าย celekin” ถ้าผิวแพ้ง่ายแบบเรา แนะนำเช็ก 3 อย่างก่อนซื้อ: 1) ค่า SPF/PA เหมาะกับกิจกรรม 2) เนื้อสัมผัส (บางคนแพ้ความมัน/น้ำหอม) 3) ทดลองทาที่กรอบหน้า/หลังหู 2–3 วันก่อนลงทั้งหน้า และไม่ว่ากันแดดยี่ห้อไหนก็ต้องทาให้พอและเติมระหว่างวันถึงจะเห็นผลค่ะ สรุปสั้น ๆ สำหรับเราคือ Celekin เป็นสกินแคร์ที่หยิบใช้บ่อย โดยเฉพาะเซรั่ม Melatonin B12 ที่ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำ ซึมไว และให้ฟีล “ผิวสวยนอนมา” จริงในวันที่ผิวเหนื่อย ๆ ถ้าใครกำลังเล็งอยู่ ลองเริ่มจากตัวฟื้นผิวก่อน แล้วค่อยจับคู่กับมอยส์เจอไรเซอร์และกันแดดที่เข้ากับผิวตัวเองค่ะ