E-reader ราคาเป็นหมื่น มีดีอะไร?

มีช่วงหนึ่งที่เราติดนิยายหนักมากค่ะ 📖

เราชอบอ่านนิยายในโทรศัพท์ อ่านได้ทุกที่ หยิบง่าย แล้วก็อ่านต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนสุดท้ายเริ่มรู้สึกว่าตัวเองปวดตามาก บางวันตาแดง แสบตา และถึงขั้นน้ำตาไหล

ตอนนั้นเลยเริ่มคิดว่า…

“ถ้ายังอยากอ่านนิยายต่อไป แต่ไม่อยากทรมานสายตาแบบนี้ มีอุปกรณ์อะไรที่จะช่วยได้ไหม?”

จากนั้นเราก็เริ่มศึกษาเกี่ยวกับ E-reader หรือเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ จนมาเจอกับ Bigme B751

ตอนแรกยอมรับเลยว่าลังเลมาก เพราะราคาค่อนข้างสูง แต่สิ่งที่ทำให้เราสนใจคือ มันไม่ได้เป็นแค่เครื่องสำหรับเปิดอ่านนิยายอย่างเดียว

Bigme B751 เป็น E-reader หน้าจอ E-Ink ขนาด 7 นิ้ว ความละเอียด 300 PPI และใช้ระบบ Android ทำให้สามารถใช้งานได้ยืดหยุ่นกว่าเครื่องอ่านหนังสือทั่วไป อีกทั้งยังมีไฟหน้าจอที่ปรับโทนแสงอุ่นและเย็นได้ รวมถึงรองรับการเขียนและจดโน้ตด้วยปากกา

หลังจากได้ลองใช้ สิ่งที่เรารู้สึกว่าคุ้มที่สุด ไม่ใช่แค่เรื่องการอ่านนิยายค่ะ

แต่มันทำให้ “วิธีการอ่าน” ของเราเปลี่ยนไป

หน้าจอ E-Ink ให้ความรู้สึกต่างจากการจ้องหน้าจอโทรศัพท์ตลอดเวลา และสามารถปรับแสงให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมได้ ทำให้เราหยิบมาอ่านหนังสือได้นานขึ้นในแบบที่รู้สึกสบายตากว่าเดิม

และเพราะตัวเครื่องเป็น Android จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การอ่านนิยายอย่างเดียว

เราสามารถใช้มันสำหรับอ่านเอกสาร PDF เปิดไฟล์ต่าง ๆ จดโน้ต หรือเขียนข้อมูลระหว่างประชุมได้ด้วย ตัวเครื่องยังรองรับการเขียนบนเอกสารและการจดบันทึก ทำให้มันกลายเป็นอุปกรณ์ที่เราใช้งานได้มากกว่าแค่ “เครื่องอ่านนิยาย”

ถ้าถามว่า E-reader ราคาเป็นหมื่นจำเป็นไหม?

สำหรับทุกคน…อาจไม่จำเป็นค่ะ

แต่สำหรับคนที่อ่านหนังสือเป็นเวลานาน อ่านนิยายเป็นประจำ ใช้โทรศัพท์จนรู้สึกว่าตัวเองจ้องหน้าจอมากเกินไป หรืออยากได้อุปกรณ์ที่ใช้ได้ทั้งอ่านหนังสือและจดบันทึก

สำหรับเรา มันกลายเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นมาก

จากตอนแรกที่ซื้อเพราะอยาก “อ่านนิยายโดยไม่ต้องจ้องมือถือทั้งวัน”

สุดท้ายกลับได้อุปกรณ์หนึ่งที่ใช้ทั้งอ่านหนังสือ อ่านเอกสาร จดโน้ต และช่วยจัดการงานในชีวิตประจำวัน

บางที E-reader ราคาเป็นหมื่นอาจไม่ได้แพงเพราะมัน “อ่านหนังสือได้”

แต่มันแพงเพราะสิ่งที่มันช่วยลดลงจากชีวิตเรา

ทั้งเวลาที่ต้องอยู่หน้าจอโทรศัพท์

ความเมื่อยล้าจากการอ่านต่อเนื่อง

และการต้องพกหลายอุปกรณ์

สำหรับเรา…

Bigme B751 ไม่ได้แทนโทรศัพท์

แต่มันทำให้เราหยิบโทรศัพท์ออกจากมือบ่อยขึ้นค่ะ 📖

#ป้ายยากับlemon8 #นิยาย #ereader #เครื่องอ่านหนังสือ #bigme

9/8 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ใช้งานจริงกับ E-reader Bigme B751 ทำให้เห็นภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงวิธีการอ่านได้ชัดเจน ก่อนหน้านี้การอ่านนิยายในโทรศัพท์ถือเป็นเรื่องสะดวกที่ใครก็ทำได้ แต่ก็เจอปัญหาเรื่องสายตาที่ต้องเจอกับหน้าจอ LCD ที่ปล่อยแสงสีฟ้ามากเกินไป ทำให้เกิดอาการ ปวดตา แสบตา และตาแดงบ่อย ๆ ซึ่งหลังจากได้ใช้ Bigme B751 พบว่าหน้าจอ E-Ink ช่วยลดปัญหานี้ได้ดีมากเพราะใช้หลักการสะท้อนแสงเหมือนกระดาษจริง ทำให้อ่านได้นานโดยไม่ล้าสายตาเลย นอกเหนือจากการอ่านนิยาย E-reader ตัวนี้ยังตอบโจทย์การทำงานได้อย่างครบถ้วน เพราะใช้ระบบ Android ทำให้สามารถติดตั้งแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น PDF Reader, OneNote หรือแม้แต่แอปจดบันทึกต่าง ๆ ได้ อีกทั้งปากกาสไตลัสที่ให้มาช่วยให้สามารถขีดเขียนบนหน้าจอได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ต่างจากใช้ปากกาจริง ถือว่ามอบความสะดวกในการจดโน้ตและจัดระเบียบข้อมูลเวลาทำงานหรือศึกษา อีกข้อดีที่รู้สึกได้คือการปรับโทนสีแสงหน้าจอได้ถึง 36 ระดับ ทั้งโทนอุ่นและเย็น ช่วยให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมตอนอ่าน ไม่ว่าจะในที่มืดหรือกลางแจ้ง รวมทั้งแบตเตอรี่ที่ใช้ได้นานหลายวันโดยไม่ต้องชาร์จบ่อยเหมือนสมาร์ทโฟน สำหรับใครที่คิดว่า E-reader ราคาเป็นหมื่นอาจดูแพง แต่หากมองในแง่ของการลดความเมื่อยล้าของสายตาและความสะดวกในการบริหารเวลาการอ่านรวมถึงการทำงานร่วมกับเอกสารต่าง ๆ ตัวนี้ถือว่าคุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้เราเลิกจ้องหน้าจอโทรศัพท์บ่อย ๆ จัดระเบียบการอ่านและจดบันทึกได้ในเครื่องเดียว และที่สำคัญทำให้การอ่านนิยายเป็นกิจกรรมที่ไม่ทรมานสายตาอีกต่อไป โดยสรุป E-reader Bigme B751 เหมาะกับคนที่อ่านหนังสือและเอกสารเป็นเวลานาน ต้องการดูแลสุขภาพตา และอยากได้เครื่องมือที่สามารถใช้งานหลากหลายแทนการพกโทรศัพท์หรือแท็บเล็ตหลายเครื่องได้ในหนึ่งเดียว

ค้นหา ·
e-reader ราคาเท่าไหร่