#รีวิว #สรุปหนังสือ #พลิกโชคชะตาด้วยวิธีคิดแบบเถ้าแก่จีนยุคใหม่

1 ชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับดวง แต่ขึ้นอยู่กับ “หัวคิด”

ไม่ได้รอให้โชคมา…แต่ “สร้างโชคเอง” อาจมีสิ่งที่เราทำแล้วไม่ถนัด ไม่รุ่ง แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่เราไม่ต้องพึ่งโชคชะตาอย่างเดียว แต่เริ่มจากการลงมือทำ พัฒนา ปรับปรุง

2 มองไกล ไม่มองแค่วันนี้

คนทั่วไปทำงานเพื่อเงินเดือนเดือนนี้ แต่เถ้าแก่มองการไกลมากกว่านั้น

ทำอะไรต้องคิดว่า มันจะต่อยอดได้มั้ย? มันจะกลายเป็นโอกาสมั้ย?

3 ขยันอย่างเดียวไม่พอ ต้องขยันแบบฉลาด

อย่าทำงานหนักจนลืมคิด

คนรวยคือคนที่ ทำสิ่งที่ “คุ้มแรง” และ “สร้างมูลค่าเพิ่ม”

4 เงินไม่ได้สำคัญที่สุด แต่ “กระแสเงินสด” สำคัญมาก

ไม่ได้ดูว่าเรามีเงินเท่าไหร่ แต่ดูว่าเงิน “ไหลเข้า” สม่ำเสมอมั้ย

มีรายได้หลายทาง = อุ่นใจกว่า หรือธุรกิจที่มีลูกหนี้เยอะ ขายแล้วของไปแต่ยังเก็บเงินไม่ได้ รอบวางบิลนานก็น่าเป็นห่วง

5 อย่ากลัวเริ่มเล็ก

ธุรกิจใหญ่ทุกอัน เริ่มจากเล็กมาก่อน ขายของนิดเดียวก็ขาย เก็บประสบการณ์ก่อน

6 ความสัมพันธ์คือทรัพย์สิน

ให้ค่ากับ “คน” มาก เพราะโอกาสดีๆ มักมาจากคอนเนคชั่นและการพัฒนาทรัพยากรบุคคล

ทำตัวน่าร่วมงาน ซื่อสัตย์ รักษาคำพูด = ไปได้ไกลมาก ดีกว่ามานั่งคิดหาวิธีใช้ลูกไม้ เล่นแง่

#ป้ายยาหนังสือ #พัฒนาตัวเอง

2/7 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในประสบการณ์ส่วนตัว ผมพบว่าแนวคิดแบบเถ้าแก่จีนยุคใหม่ที่เน้นการสร้างโชคด้วยตัวเองเป็นสิ่งที่ทรงพลังมาก การไม่รอแต่ลงมือทำจริงจังช่วยให้เราเห็นความคืบหน้าแม้จะเริ่มจากสิ่งเล็กๆ เช่น ขายของชิ้นเดียวหรือรับงานเล็กๆ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ นอกจากนี้ การมองไกลไม่ใช่แค่เน้นรายได้เดือนนี้ แต่ควรมองว่ากิจกรรมที่ทำจะต่อยอดและสร้างโอกาสในอนาคตได้อย่างไร ส่งผลให้เรามีทิศทางชัดเจนในธุรกิจ อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญคือการทำงานอย่างชาญฉลาด ไม่ใช่แค่ขยันอย่างเดียว แต่ต้องขยันอย่างมีเป้าหมายที่สร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การทำสิ่งที่คุ้มแรงและเพิ่มคุณค่าให้แก่สินค้าหรือบริการทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคง ปัจจัยด้านกระแสเงินสดก็สำคัญมาก แค่มีเงินในบัญชีไม่เพียงพอ แต่ต้องมีรายได้ไหลเข้าอย่างสม่ำเสมอและหลากหลายช่องทาง เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินและลดความเสี่ยง เรื่องความสัมพันธ์กับคนก็เป็นส่วนประกอบที่ขาดไม่ได้ การรักษาคำพูด ซื่อสัตย์ และสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งเปิดทางให้ได้รับโอกาสใหม่ๆ เสมอ การเป็นคนที่น่าร่วมงานทำให้เกิดความไว้วางใจและการสนับสนุนที่ยาวนาน การนำแนวคิดเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ทำให้ผมเรียนรู้ว่าความสำเร็จต้องมาจากทั้งความคิดและการกระทำที่มีทิศทางชัดเจนและยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางที่หนังสือได้สรุปไว้จริงๆ

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

ภาพแสดงหนังสือ 4 เล่มที่เกี่ยวข้องกับกฎแรงดึงดูดและการ Manifest ได้แก่ The Secret, The Black Book of MANIFEST, MANIFEST (ปกส้ม), และ MANIFEST: DIVE DEEPER (ปกน้ำเงิน) โดยมีข้อความว่า 'รีวิวหนังสือ Menifest แต่ละเล่ม' อยู่ตรงกลางภาพ
📚 สรุปจบ รีวิว Manifest 4 เล่มฮิต ต่างกันยังไง? ✨💫
ถ้าคุณกำลังสนใจเรื่องกฎแรงดึงดูด หรืออยากเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นในปีนี้ มาดูกันว่า 4 หนังสือยอดฮิตเหล่านี้ แต่ละเล่มพูดถึงอะไร เหมาะกับใครบ้าง! 1. The Secret (เดอะซีเคร็ต) หนังสือต้นตำรับที่ทำให้คนทั้งโลกรู้จักกฎแรงดึงดูด 📖 เนื้อหา: พูดถึงพลังของจักรวาล และความเชื่อ ใช้ภาษาที่ค่อนข้างเป็นนามธรรม
OHBE

OHBE

ถูกใจ 161 ครั้ง

📚✨ รีวิวอุปกรณ์ช่วยในการอ่านและจดสรุปที่ซื้อมาเพิ่ม ✨📚
📚✨ รีวิวอุปกรณ์ช่วยในการอ่านและจดสรุปที่ซื้อมาเพิ่ม ✨📚 หลังจากได้ลองใช้แล้วบอกเลยว่า “ชอบมากกกกก” 🥹💗 กลายเป็นไอเทมที่หยิบมาใช้ซ้ำตลอด เพราะช่วยให้การอ่านหนังสือและการจดสรุปสนุกขึ้นเยอะมาก 🗂️ Transparent Sticky Note โพสต์อิทเนื้อใส เขียนทับหนังสือได้โดยไม่บังข้อความ เหมาะมากสำหรับการจดโน้ตเพิ
มีนัทอ่านหนังสือ

มีนัทอ่านหนังสือ

ถูกใจ 55 ครั้ง

สอบ 3 รอบกว่าจะผ่าน! ✨ สรุปจบที่หนังสือ 2 เล่มนี้
กว่าจะได้ใบนี้มา... เราสู้มาถึง 3 รอบค่ะ! 😭 เข้าใจเลยว่าความรู้สึกตอนสอบไม่ผ่านมันท้อแค่ไหน แต่รอบล่าสุดที่ "ผ่าน" ได้ เพราะเราตัดสินใจตั้งใจเก็บเนื้อหาจากหนังสือ 2 เล่มนี้ของคุณถนอมศักดิ์ให้จบแบบเน้นๆ • 🧡 เล่มส้ม: เน้นสรุปเนื้อหา • 💙 เล่มน้ำเงิน: เน้นทำแนวข้อสอบ 📢 อัปเดตเกณฑ์ใหม่คุรุส
prissy อยากแชร์

prissy อยากแชร์

ถูกใจ 9 ครั้ง

ดูเพิ่มเติม