Automatically translated.View original post

Coffee Shop Review

3/28 Edited to

... Read moreถ้าใครเสิร์ชหา “Coffee Berry menu” แล้วลังเลว่าจะสั่งอะไรดี เราลองสรุปจากที่ไปมาจริง ๆ ให้แบบเลือกง่ายขึ้น (ร้านอยู่แถว BTS ชิดลม เดินทางสะดวก) 1) สายกาแฟเข้ม: เพิ่มช็อตคุ้มไหม? ที่นี่สามารถเพิ่มความเข้มได้แบบ 2 ช็อต หรือ 3 ช็อต ซึ่งเหมาะกับคนที่อยากได้กาแฟชัด ๆ ไม่หวานกลบ (แต่ 3 ช็อตคือแรงมาก ถ้าจะดื่มช่วงบ่ายแนะนำเผื่อเรื่องนอนด้วย) วิธีสั่งที่เราใช้คือเลือกเมนูกาแฟนม/ลาเต้แล้ว “เพิ่มช็อต” เพื่อให้ยังมีความนุ่มจากนม แต่กลิ่นกาแฟยังเด่น 2) เมนูกาแฟผสมน้ำผลไม้ เหมาะกับวันอยากสดชื่น ถ้าวันไหนไม่อยากเข้มจัด เมนูกาแฟน้ำผลไม้เป็นตัวเลือกที่ดื่มง่าย สดชื่นกว่า โดยเฉพาะตอนอากาศร้อน แนะนำให้สั่งหวานน้อยก่อน เพราะรสผลไม้บางตัวจะหวานธรรมชาติอยู่แล้ว ทำให้บาลานซ์กับกาแฟได้ดีขึ้น 3) สายมัทฉะ: Uji from Kyoto น่าลองยังไง? ในเมนูจะมีหมวดมัทฉะ “Uji from Kyoto” ซึ่งมีตัวเลือกหลายแนว เช่น มัทฉะใส/ผสมมะนาว/น้ำผึ้ง/มะพร้าว ถ้าเพิ่งเริ่มลอง แนะนำเริ่มจากมัทฉะน้ำผึ้ง (กลมกล่อม ดื่มง่าย) หรือถ้าชอบแนวสดชื่นให้ไปทางมัทฉะมะนาว ส่วนคนชอบความนัว ๆ ลองมัทฉะมะพร้าวได้ ฟีลหอมมันและไม่ขมโดด 4) เช็กเมนูหน้าร้าน + ราคาให้ไว หน้าร้าน/เคาน์เตอร์มีป้ายเมนูเครื่องดื่มร้อน-เย็นค่อนข้างครบ ทั้งกาแฟ ช็อกโกแลต ชา และมัทฉะ บางจุดมี QR Code ให้สแกนดูรายละเอียด เพิ่มท็อปปิ้งหรือปรับระดับหวานได้สะดวก แนะนำดูหมวด “เย็น” ก่อนถ้าต้องถือไปเดิน เพราะดื่มสบายกว่า 5) ทริคสั่งให้ได้รสที่ชอบ (เราใช้แล้วเวิร์ก) - ถ้าสั่ง 2–3 ช็อต: เลือกหวานน้อย/ไม่หวาน จะได้รสกาแฟชัด - ถ้าชอบนุ่ม: เลือกกาแฟนมแล้วเพิ่มช็อตแทนการเลือกอเมริกาโน่ - ถ้าสายมัทฉะ: บอกระดับหวาน และเลือกท็อปปิ้งเท่าที่จำเป็น จะได้ไม่กลบรสชา โดยรวม Coffee Berry เป็นร้านที่เมนูค่อนข้างหลากหลาย ไม่ได้มีแค่กาแฟดำอย่างเดียว ใครอยากได้ทั้งกาแฟเข้ม ๆ หรืออยากสลับไปทางมัทฉะ Uji ก็เลือกได้ตามฟีลวันนั้นเลย