ไม้แรก TP MNQ
- ราคาอยู่ใน Momentum ขาลงอย่างรุนแรงตั้งแต่เมื่อวาน
- ราคาเปิดโดยการทำ Price Action ลงต่อ
- เราจึงเข้าออเดอร์ไปและ TP ที่ POI ด้านล่าง
ไม้ที่สอง BE MGC
- ราคาลงมาช่วง Weekly VWAP พอดีแต่เรามองยึดราคาที่ Daily
และ Momentum ราคาโดยรวม
- Price Action จาก VWAP Market Open โชว์กำลังขาลง
- แต่ราคายังไม่ยอมลงและอยู่ในจุดเสี่ยงจึงมีการตั้ง BE ไว้หลังจากวิ่งไป 50%
ไม้ที่สาม BE MNQ
- ราคามีแรง reaction ลงมาจาก VWAP High เก่า
- จริงๆ Price Action ถือว่ามีการเสี่ยงนิดหน่อยเพราะ TP SL กว้างด้วย
และอยู่ปลายสาย POI
- ราคาลงมาทิ้งไส้และกลับขึ้นไปชน BE
ไม้ที่สี่ BE MGC
- ราคาขึ้นมาแตะ VWAP จาก High ก่อนหน้า
- ทำ Price Action ไม่แน่นอนขาลง
- เข้าออเดอร์ไปตั้ง RR1:1 และ BE ที่ 50%
- ราคาชน BE ก่อนจะลงต่อ
ไม้ที่ 5 TP MNQ
- ราคาขึ้นมา Retest ตรง VWAP อีกรอบและทำ Price Action ลง
- ตั้ง RR ไว้ที่ 1:1 เพราะเนื่องด้วยวันศุกร์และมี LQ ด้านบน
- ราคาลงมา TP โดยทิ้งไส้ไว้มีโอกาศกลับมากวาดในอนาคตได้
Patience is key to success...
#เทรด
การเทรด Futures ในวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้มีการเคลื่อนไหวของราคาที่สำคัญโดยเฉพาะจากสัญญา Micro E-mini Nasdaq-100 Index Futures (MNQ) และ Gold Futures (MGC) ซึ่งในบทวิเคราะห์นี้ จะเห็นชัดว่ามีการใช้เครื่องมือ VWAP ในระดับ Weekly และ Daily เพื่อระบุจุดสนับสนุนและแนวต้านที่สำคัญ โดยใช้ Momentum ของราคาและ Price Action เป็นตัวชี้นำการตัดสินใจในการเปิดออเดอร์
จุดที่น่าสนใจ คือ การตั้งค่า Take Profit (TP) และ Break Even (BE) ในแต่ละไม้เทรด ที่นักเทรดได้ปรับใช้เพื่อควบคุมความเสี่ยง เช่น การตั้งค่า RR ที่ 1:1 และย้ายจุด BE เมื่อราคาวิ่งไป 50% ของเป้าหมาย เพื่อลดโอกาสขาดทุนในกรณีที่ตลาดย้อนกลับ
จาก OCR ที่แสดงข้อมูลราคาของ Micro E-mini Nasdaq-100 Index Futures ที่เปิดที่ 24,869.75 และ Gold Futures ที่ระดับ 3,996.5 USD สามารถเห็นว่าราคามีการทดสอบและย้อนกลับที่ VWAP และ POI อย่างต่อเนื่อง การเลือกใช้จุด POI (Point of Interest) และ VWAP เป็นฐานการวิเคราะห์ถือว่ามีประสิทธิภาพสูงสำหรับการจับจังหวะ Momentum ลงในช่วงนี้
สิ่งสำคัญที่สังเกตได้คือ การเคลื่อนไหวของราคาที่มีไส้แท่งเทียน (wick) ยาวในบางจังหวะ เป็นสัญญาณว่าราคายังมีความผันผวนและมีแรงกดดันในการเปลี่ยนแปลง จึงจำเป็นต้องมีความอดทน (Patience) ในการรอจังหวะที่ชัดเจนก่อนเข้าตลาด
นอกจากนี้ การเลือกเทรดในวันศุกร์ต้องระวังเรื่องสภาพคล่อง (Liquidity) และการรีแทส (Re-test) ระดับสำคัญของ VWAP ซึ่งในบางครั้งราคาจะทำการรีเทสต์ก่อนจะลงต่อหรือกลับตัว การวางแผนล่วงหน้าดังกล่าวช่วยให้นักเทรดสามารถบริหารความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสทำกำไรได้มากขึ้น
จึงสรุปได้ว่าการวิเคราะห์เชิงลึกทั้ง Momentum, Price Action, VWAP Daily และ Weekly รวมถึงการตั้งค่า TP, BE ที่เหมาะสมและมีวินัยในการเทรด จะช่วยให้การลงทุนใน Futures ในช่วงเวลาดังกล่าวมีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน