Automatically translated.View original post

"The truth of the 'victim' you may not know yet."

3/20 Edited to

... Read moreจากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยเจอคนในที่ทำงานที่มักจะเล่าแต่ความเจ็บปวดของตัวเอง พร้อมกับลืมเล่าในส่วนของพฤติกรรมที่เขาเองเป็นฝ่ายก่อให้เกิดปัญหา ซึ่งตามที่บทความพูดไว้นั้น มักเป็นกลยุทธ์ของผู้ที่เรียกตัวเองว่า 'เหยื่อ' เพื่อดึงความเห็นใจและทำให้ผู้อื่นรู้สึกต้องปกป้องเขา แต่ในความเป็นจริง อาจเป็นการใช้อารมณ์อ่อนแอเป็นเครื่องมือบงการทางจิตใจ เมื่อเราเจอคนแบบนี้ สิ่งสำคัญคือต้องเก็บระยะให้ชัดเจน อย่ายืมปากหรือใช้เวลาไปกับการเป็นหมากในเกมของเขา เพราะการอนุญาตให้เขาปั่นหัวผ่านความสงสารอาจนำไปสู่ความเสียหายที่ซับซ้อนมากขึ้น ผมแนะนำให้ใช้วิธีรับมือแบบตั้งรับแทนที่จะตอบสนองด้วยอารมณ์ เช่น รักษาระยะห่างในความสัมพันธ์ และใช้คำถามเพื่อให้เขาเห็นภาพพฤติกรรมของตัวเองผ่านมุมมองที่เป็นกลาง นอกจากนี้ คนที่แข็งแรงและมีสติจะไม่ปล่อยให้ความอ่อนแอของผู้อื่นมาเป็นเครื่องมือของตน และต้องเรียนรู้การแยกแยะระหว่างความจริงและการบิดเบือนทางอารมณ์เพื่อคุ้มครองตัวเองและสร้างชีวิตที่มีความสุขมากขึ้นจากประสบการณ์จริง สุดท้ายแล้ว การเข้าใจกลไกทางจิตวิทยานี้จะช่วยให้เราทำงานร่วมกับคนเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ถูกบงการโดยความรู้สึกที่ผิดพลาด